เนย เปิดใจครั้งแรก!! ดราม่าแต่งฟ้าแล่บทำครอบครัวแฟนไม่ปลื้ม

เนย เปิดใจครั้งแรก!! ดราม่าแต่งฟ้าแล่บทำครอบครัวแฟนไม่ปลื้ม

        หลังจากที่เก็บตัวเงียบไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ใดๆ กับกระแสดราม่าเตรียมแต่งแฟนหนุ่ม “ฤทธิ์ กาไชย” สายฟ้าแล่บ ทั้งๆ ที่เพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือน จนทำให้มีข่าวเม้าท์ให้แซ่ดว่าเจ้าตัวตั้งท้องแล้วหรือเปล่า และที่แซ่บสุดคงเป็นเรื่องครอบครัวฝ่ายชายไม่ปลื้ม ถึงกับยื่นคำขาดให้เลิกคบ ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดออกมาจากกองมรดกทันที

ล่าสุด “เนย วรัฐฐา” หรือ “เนย เนโกะจัมพ์” ก็ได้ออกมาเผยให้ฟังว่า เรื่องที่จะแต่งสายฟ้าแล่บคงเป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเธอแค่คุยเล่นกับแฟน แต่ไม่ได้บอกว่าจะต้องแต่งเลย ส่วนเรื่องครอบครัวฝ่ายชายนั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยอะไร เพราะตอนนี้กระแสเงียบไปแล้วไม่อยากพูดอะไรให้เป็นประเด็นเพิ่มอีก

หมดสัญญาจากค่ายแล้วแต่งงานเลยไหม?
“(ยิ้ม) อีกสักพักนึงไหมค่ะ รอดูไปก่อน”

หรือว่ารอเขามาขอ?
“ก็ไม่ได้รอขอหรอกค่ะ ไปเรื่อยๆ เราพร้อมเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

คนตกใจข่าวว่าเราจะสละโสดแบบสายฟ้าแล่บ มีคนมาถามเยอะไหม?
“เยอะค่ะ คนก็ชอบถาม คือมันมาจากที่แต่ก่อนเนยชอบพูดว่าอยากแต่งงาน แต่สำหรับเนยตอนนี้ก็ไม่รู้สิ ถ้ามันไปถึงจุดที่แต่งเราก็คงไม่ได้ลังเลก็คงแต่งเลย แต่ตอนนี้มันยังไม่ได้ไปถึงจุดนั้นขนาดนั้น”

กับฤทธิ์ยังมีคุยเรื่องแต่งงานกันไหม?
“มันก็เป็นเหมือนคุยเล่นๆ ชิลๆ ประมาณว่าเราจะแต่งงานกันไหม หรืออนาคตเราจะยังไง เราอายุเท่าไหร่แล้วก็ต้องมีคุยเรื่องพวกนี้บ้าง แต่ว่ามันจะเป็นตามนั้นไหมก็ต้องไปเรื่อยๆ”

ตอนนี้จบปัญหาคนอื่นๆ ไม่ปลื้มหรือยัง ที่ไม่ออกมาตอบทำให้คนคิดว่าครอบครัวฝ่ายชายไม่ชอบเรา?
“อันนี้ไม่มีอะไร จริงๆ ตอนนั้นที่มีข่าวว่าจะแต่งงานกันหรืออะไรต่างๆ เราก็ยังไม่ได้แพลนเป๊ะหรือมีวัน จริงๆ ตอนนั้นเนยไม่รู้ว่าข่าวมันออกไปได้ยังไงว่าเนยจะแต่งงาน คือเราแค่เหมือนคุยกับแฟนเล่นๆ เพ้อๆ ไป แต่มันก็กลายเป็นว่าเราจะแต่งงานทันที มันก็ไม่ใช่ค่ะ”

มีโอกาสเจอครอบครัวเขาบ้างไหม?
“ก็ยังไม่ได้เจอเท่าไหร่ ถามว่าจะเข้าไปคุยหรือเคลียร์ไหมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

ข่าวก่อนหน้านี้ออกมาค่อนข้างแรงจะเคลียร์ไหม?
“จริงๆ ไม่ได้มีอะไร ไม่ได้รุนแรงขนาดในข่าว”

ณ ตอนนี้ต้องปรับตัวให้เข้ากับบ้านเขาไหม?
“เนยก็พยายามปรับตัวหลายอย่าง เพราะการมีแฟนเนยเองก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เพราะเนยเป็นคนค่อนข้างรักอิสระ ก็ยอมรับว่าเหนื่อย (ยิ้ม) เพราะเนยเป็นคนที่แบบอะไรๆ ก็ตัวเอง”

ท้อไหมกับรักครั้งนี้?
“ไม่ค่อยท้อ ปล่อยไปตามยถากรรม”

หลายคนมองว่าครอบครัวเขามีปัญหาใหญ่กับเรา ฤทธิ์ช่วยไกล่เกลี่ยไหม?
“เขาก็ให้กำลังใจเรา ก็พยายามพูดคุยกัน”

ใจเราอยากไปเคลียร์บ้านเขาให้จบไหม?
“เนยรู้สึกว่าตอนนี้กระแสข่าวมันจบไปแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรแล้ว ก็เลยไม่อยากไปเปิดประเด็นหรือว่าทำอะไรอีก”

ตอนมีข่าวว่าครอบครัวจะตัดฤทธิ์ออกจากบ้านตอนนี้สัมพันธ์เขายังดีอยู่ไหม?
“เนยคิดว่าตระกูลหรือคุณพ่อคุณแม่พี่ฤทธิ์คงไม่ตัดลูกตัวเองหรอกค่ะ คือใครจะตัดลูกตัวเองได้ลง”

แต่มันก็มีดราม่าว่าครอบครัวเขาสั่งให้เลิกกับเราไหม?
“ไม่มีค่ะ”

เรามองเรื่องงานแต่งกับฤทธิ์ แต่พอไม่ได้คุยกับครอบครัวเขามันจะไปทิศทางไหน?
“เนยรู้สึกว่าบางทีมันต้องใช้เวลา อย่างตอนนั้นที่ข่าวออกมาเนยเพิ่งคบกับพี่เขาไม่นาน คือมันต้องใช้เวลาไปเรื่อยๆ ในการที่จะปรับความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย รวมถึงความสัมพันธ์ด้วย การที่เราจะไปถึงวันแต่งงานหรือได้ใช้ชีวิตกับอีกคนหนึ่งมันต้องใช้เวลาพิสูจน์อะไรหลายๆ อย่าง”

เราต้องพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวเขาไหม?
“คงไม่ได้ถึงขนาดต้องทำอะไรเพื่อพิสูจน์อะไร เนยก็มั่นใจว่าเป็นประชาชนคนดีคนหนึ่ง เราก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายหรือแย่ แต่บางทีต้องใช้เวลาเรียนรู้กัน ดูจังหวะด้วย กับพี่ฤทธิ์เองยังต้องศึกษากันและมีทะเลาะกันบ้างเลย ผู้ใหญ่ก็คงต้องเหมือนกัน ไม่ใช่เขาจะมองเราดีทันทีเลย”

คบกันนานเท่าไหร่?
“ประมาณ 7-8 เดือนแล้ว”

เขาพิสูจน์ยังไงบ้างที่จะทำให้เรามองเขาเป็นเจ้าบ่าว?
“เนยก็ไม่รู้ ตอนนี้เนยรู้สึกว่าเราอยู่ในพื้นฐานการคบกันที่เราไว้เนื้อเชื่อใจกัน และถ้าเราอยากจะมีชีวิตคู่เราต้องไว้ใจซี่งกันและกัน ไม่ใช่มานั่งระแวงกัน ถามว่ามั่นใจไหมเราไม่สามารถรู้อนาคตได้หรอก เราตอบไม่ได้ แต่ตอนนี้เราก็มั่นใจในปริมาณที่มันใช่มันโอเค”

ตอนนี้ยังคุยเรื่องงานแต่งอยู่ไหม?
“ตอนนี้ก็ไม่ได้คุยอะไรขนาดนั้น ตอนนี้เราโฟกัสเราคบกันแฮปปี้ ปรับจูนเข้าใจกันมากกว่า”

ยังไม่ฟ้าแล่บปีหน้านะ?
“ไม่น่าจะฟ้าแล่บค่ะ”

ก่อนหน้านี้ที่บอกจะแต่งเพราะเรามีน้อง?
“ไม่ได้มีค่ะ”

แม่เราให้หยุดคบฤทธิ์ไหม?
“ไม่นะคะแม่ รู้ว่าเนยเป็นคนค่อนข้างเข้มแข็งรู้ว่าเนยโอเคอยู่แล้ว แต่เนยกังวลคนรอบข้างเนยมากกว่า คือเนยรู้ว่าทุกคนรู้ว่าเนยโอเคแต่เนยห่วงคนรอบข้างที่ต้องเจอหรือฟังอะไรแบบนี้”

แม่เราถามไหมที่มีข่าวบ้านเขาไม่ปลื้มเรา?
“ถามเป็นธรรมดาเพราะว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้เนยก็บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน”
ด้านแจมได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่า….
“มันเหมือนคนคิดกันไปต่อพอบอกว่าจะแต่งงานก็คิดว่าเร็วเพราะว่าต้องแบบนี้ค่ะ”

แจมให้กำลังใจยังไง?
“ก็บอกเนยว่าไม่ต้องไปอ่านตามอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องอ่านคอมเม้นต์ เพราะบางทีคนก็มองว่าเป็นนักร้องเซ็กซี่ก็ต้องนิสัยไม่ดี มันเป็นฟิวนั้นก็เลยช่างมันดีกว่า เนยเองก็มีบอกทำไมจะมีแฟนทั้งทีมันเหนื่อยจัง เนยไม่ร้องไห้เลยแต่เราอ่านข่าวแล้วจะร้องไห้ตาม เพราะรู้สึกว่าเจออะไรที่มันหนักเกิน เห็นแล้วเลยรู้สึกว่าไม่อยากให้เนยเจออะไรแบบนี้”

เนย เนโกะจัมพ์

เนย เนโกะจัมพ์

เนย เนโกะจัมพ์

เนย เนโกะจัมพ์

เนย เนโกะจัมพ์

เนย เนโกะจัมพ์

เนย เนโกะจัมพ์

ที่มา:sanook

ไอเอสโวบงการก่อเหตุรถบรรทุกซิ่งชนเยอรมัน 12 ศพ ตร.ปล่อยหนุ่มปากีฯแล้ว

          เมื่อวันที่ 20 .. เอพีรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ก่อการร้ายในกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนีคนร้ายขับรถบรรทุกขนาดใหญ่พุ่งชนผู้คนในตลาดคริสต์มาส เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 49 คน ว่า กองกำลังรัฐอิสลาม หรือไอเอส แถลงผ่านสำนักข่าวของกลุ่ม ประกาศตัวว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุในครั้งนี้ โดยส่งนักรบของกลุ่มไปก่อการ สำหรับการอ้างตัวของไอเอสอยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยรถบรรทุกเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส ในวันชาติฝรั่งเศส 14 ก.ค.ปีนี้ หนุ่มชาวตูนิเซียคลั่งลัทธิสุดโต่ง ขับรถพุ่งชนฝูงชน จนมีผู้เสียชีวิตถึง 86 ราย ซึ่งทั้งไอเอส และกลุ่มอัลไคด้า เรียกร้องให้สาวกใช้วิธีเดียวกันนี้ก่อการอีก

AFP PHOTO / Tobias SCHWARZ

ขณะที่ตำรวจเยอรมันปล่อยหนุ่มจากปากีสถาน ชื่อนายเนเวด บี. วัย 23 ปีที่ถูกจับกุมได้บริเวณเกิดเหตุแล้ว เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งก่อนหน้าการปล่อยตัว เจ้าหน้าที่เผยว่า ไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มคนนี้จะมีส่วนร่วมในเหตุการณ์หรือไม่ เพราะแนวทางการสอบสวนพบว่า ลักษณะการก่อเหตุและเป้าหมายของการก่อเหตุเป็นแนวของกลุ่มสุดโต่ง แต่ชายคนนี้เคยก่อคดีเล็กๆ น้อยๆ และไม่มีความเชื่อมโยงกับองค์กรใด หลังจากเข้าเยอรมนีตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2558

 

ก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มชาวปากีสถานยังถูกสงสัยว่าเป็นผู้สังหารคนขับรถชาวโปแลนด์ที่ถูกพบสภาพเป็นศพถูกยิงบนรถก่อเหตุมรณะคันดังกล่าว หลังบริษัทเจ้าของรถแจ้งว่าขาดการติดต่อกับพนักงานขับรถตั้งแต่เวลา 15.00 . กระทั่งเกิดเหตุในเวลา 20.00 . วันที่ 19 .. ตามเวลาท้องถิ่น จากการที่ความคืบหน้าในการสอบสวนคดียังไม่แน่ชัด เจ้าหน้าที่เกรงว่า ผู้ก่อเหตุอาจยังหนีลอยนวลอยู่ในเยอรมนี

From left, the Mayor of Berlin Michael Mueller, German Chancellor Angela Merkel, German Interior Minister Thomas de Maiziere and German Foreign Minister Frank-Walter Steinmeier attend a flower ceremony at the Kaiser-Wilhelm Memorial Church in Berlin, Germany, Tuesday, Dec. 20, 2016 the day after a truck ran into a crowded Christmas market and killed several people. (AP Photo/Michael Sohn)

 ด้านนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พร้อมประธานาธิบดีโยอาคิม เกาค์ และคณะ เดินทางยังจุดเกิดเหตุเพื่อวางดอกไม้และร่วมพิธีไว้อาลัยแก่ผู้เคราะห์ร้าย ผู้นำหญิงยังยืนกรานว่า การโจมตีนี้ไม่อาจจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของชาวเยอรมันได้

German chancellor Angela Merkel arrives at a Christmas market in Berlin, Germany,Tuesday, Dec. 20, 2016 one day after a truck ran into the crowded Christmas market in Berlin killing several people. (Maurizio Gambarini/dpa via AP)

The Brandenburg Gate is illuminated in the colors of the German flag in Berlin, Germany, Tuesday, Dec. 20, 2016, the day after a truck ran into a crowded Christmas market and killed several people. (AP Photo/Markus Schreiber)

ที่มา:khaosod

Facebook Messenger เพิ่มฟีเจอร์ตกแต่งรูปและวิดีโอด้วยฟิลเตอร์

Facebook Messenger

Facebook Messenger อัพเดทเพิ่มฟีเจอร์ Selfie Filter ตกแต่งรูปภาพและวิดีโอเซลฟี่ด้วยฟิลเตอร์และสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ ได้ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 เฟซบุ๊กได้อัพเดทแอพพลิเคชั่น Messenger เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ Selfie Filter ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถตกแต่งรุปภาพและวิดีโอเซลฟี่ของตัวเองด้วยการแปะสติ๊กเกอร์, ฟิลเตอร์ และข้อความอาร์ต ๆ ได้ และขณะตกแต่งมันก็จะแสดงให้เห็นแบบเรียลไทม์อีกด้วย สำหรับการค้นหาฟิลเตอร์ต่าง ๆ นั้นก็ไม่ยากเพราะมันถูกจัดเป็นหมวดหมู่เอาไว้ให้แล้ว

Facebook Messenger

ฟีเจอร์ดังกล่าวของ Facebook Messenger นั้นถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่คล้าย ๆ กับของ Snapchat ซึ่งเป็นแอพฯ ที่เฟซบุ๊กเคยพยายามเจรจาเข้าซื้อแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ สุดท้าย จนล่าสุดก็กลายเป็นคู่แข่งกันอย่างจริงจังไปเสียแล้ว สนใจทำเว็บไซต์ หรือคิดอยากมีเว็บไซตเป็นของตัวเอง ไว้คอยแนะนำสินค้าหรือบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา รับทำเว็บไซต์รับทำเว็บไซต์ ระนอง ออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) และรับทำ SEO ระนอง  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำเว็บไซต์ ระนอง 

ภาพจาก techcrunch

แม่”เอ็กซ์-จักรฤษณ์”ร่ำไห้อโหสิกรรมให้หมดแล้ว หลังศาลสั่งประหาร”หมอนิ่ม”อดีตภรรยา(คลิป)

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 ธันวาคม ที่ห้องพิจารณา 203 ศาลจังหวัดมีนบุรี ถ.สีหบุรานุกิจ ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.383/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลจังหวัดมีนบุรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจิรศักดิ์ หรือจี กลิ่นคล้าย อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้างถูกกล่าวเป็นมือปืน , นางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 74 ปี มารดาของพญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม, พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม ภู่เจริญยศ อายุ 40 ปี อดีตภรรยาของนายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย, นายสันติ หรืออี๊ด ทองเสม อายุ 30 ปี อาชีพทนายความ และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 35 ปี อาชีพรับจ้าง ผู้ขี่รถจักรยานยนต์พามือปืนก่อเหตุ เป็นจำเลยที่ 1 – 5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , จ้างวานใช้ ยุยงส่งเสริม ให้ฆ่า , มีและพกพาอาวุธปืน ยิงอาวุธปืนในที่ทางสาธารณะ

13841399841384149068l

ตามฟ้องของอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2557 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม–19 ตุลาคม 2556 จำเลยที่ 2–4 ได้ร่วมกันจ้างวานใช้นายจิรศักดิ์ จำเลยที่ 1 กับพวกที่อยู่ระหว่างหลบหนี ให้ฆ่านายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยต่อมาจำเลยที่ 1 กับพวกได้ใช้อาวุธปืนออโตเมติก ยี่ห้อลูเกอร์ รุ่นโตกาเรฟ ขนาด7.62 ม.ม. ยิงนายจักรกฤษณ์หลายนัด ถูกที่หน้าอก หัวใจ ปอด จนถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของพวกจำเลย ก่อนหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมจำเลยได้ ชั้นสอบสวนนายจิรศักดิ์ และ น.ส.สุรางค์จำเลยที่ 1 – 2 ให้การภาคเสธ ส่วน พญ.นิธิวดี อดีตภรรยานายจักรกฤษณ์ และนายสันติ ทนายความ จำเลยที่ 3 – 4 ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี เหตุเกิดที่แขวง – เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

13839606171383976560l

ชั้นพิจารณาของศาล จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ โดยระหว่างการพิจารณาคดี นางสุรางค์ มารดาหมอนิ่ม กับพญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม และนายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 2-4 ได้ประกันตัวไปคนละ 5 แสนบาท คดีสืบพยานเสร็จสิ้น เมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา โดยศาลเบิกตัวนายจิรศักดิ์ มือปืน จำเลยที่ 1 และนายธวัชชัย ผู้ขี่จักรยานยนต์ จำเลยที่ 5 จากเรือนจำ ซึ่งไม่ได้รับการประกันตัวตลอดการพิจารณาคดี

ส่วน น.ส.สุรางค์ มารดาของหมอนิ่ม กับพญ.นิธิวดี หรือ หมอนิ่ม และนายสันติ ทนายความ จำเลยที่ 2-4 มาศาลตามนัดศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นายจิรศักดิ์ มือปืน จำเลยที่ 1 ส่วนนางสุรางค์ มารดาของของหมอนิ่ม จำเลยที่ 2 ยกฟ้อง พญ.นิธิวดี หรือหมอนิ่ม จำเลยที่ 3 ให้ประหารชีวิตสถานเดียว นายธวัชชัย ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ จำเลยที่ 5 ให้จำคุกตลอดชีวิต ส่วนนายสันติ หรือทนายอี๊ด จำเลยที่ 4 ให้ประหารชีวิตสถานเดียวภายหลังฟังคำพิพากษา นายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความของหมอนิ่ม เปิดเผยว่า ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ 2.5 ล้านบาท พร้อมยื่นหนังสือเดินทางเป็นหลักประกันว่าจะไม่หลบหนี โดยศาลมีคำสั่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องประกันตัวต่อไป ดังนั้นขณะนี้พญ.นิธิวดีจึงต้องเข้าเรือนจำพิเศษมีนบุรี (แดนหญิง)

%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b9%8c

 

ที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี แม่เอ็กซ์จักรกฤช เปิดเผยที่บริเวณหน้าศาลจังหวัดมีนบุรี แม่เอ็กซ์เปิดเผยหลังรับฟังคำพิพากษา ว่า เห็นว่าเหมาะสมแล้วที่ศาลท่านพิจารณาตัดสินอย่างนั้น โดยส่วนตัวได้อโหสิกรรมไปตั้งนานแล้ว อยากให้เอ็กซ์ไปสบายไม่มีอะไรติดค้าง จึงอโหสิกรรมให้ ตอนนี้ห่วงแต่อนาคตของหลานทั้ง 2 คน จากนั้นคุณแม่เอ็กซ์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องให้ออกมา จากนั้นเดินทางกลับพร้อมญาติ

ที่มา:khaosod

น่าอยู่มาก บ้านหลังใหม่ “หญิงแย้ นนทพร”

น่าอยู่มาก บ้านหลังใหม่ "หญิงแย้ นนทพร"

         ต้องบอกว่าเธอสวยและรวยมากจริงๆ สำหรับพริตตี้เงินล้าน “หญิงแย้ นนทพร” หลังเลิกรากับอดีตสามี “หมอนพรัตน์” ก็กลับมาใช้ชีวิตใหม่ และซื้อทั้งบ้านและรถในเวลาเดียวกัน ซึ่งบ้านหลังใหม่ล่าสุดเพิ่งเข้าอยู่ได้ไม่กี่เดือน และยังเป็นน้ำพักน้ำน้ำแรงของตัวเองทั้งนั้น และภาพล่าสุดเห็นหญิงแย้โพสต์ท่าและใส่ชุดสบายๆ โชว์ความเซ็กซี่ โชว์หุ่นเป๊ะหลังไปอัพส์ไซส์หน้าอกมาเพิ่ม และกำลังจับไม้กวาดอยู่ในบ้านหลังใหม่ ที่เธอตกแต่งด้วยตัวเอง หลังจากที่หญิงแย้เคยบอกว่าจะตกแต่งให้สวยจนไม่ออกไปไหนเลย และสมกับที่เธอบอกจริงๆ บ้านดูสวยสะอาดตา น่าอยู่มากๆ ค่ะหญิงแย้

ที่มา:kapook

รับทำSEO ขอนแก่น ทั่วประเทศ ในราคามาตฐาน ติดอันดับ 100%

SEO Winner บริการ รับทำ SEO เพิ่มยอดขาย กำไรงดงาม

SEO Winner :: ให้บริการ รับทำ SEO ขอนแก่น รับจ้างทำ SEO เราให้บริการครบวงจร ตั้งแต่ การวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ถูกต้องตามหลัก SEO รับปลดบล็อคเว็บไซต์ที่โดนแบนจาก Google ค้นหาแล้วไม่มีอันดับบน Google อื่นๆ

ถ้ายังไม่มีเว็บไซต์ แล้วต้องการทำเว็บไซต์ โทรหาเรา เรามีบริการ รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ราคากันเอง ไม่แพง

ถ้ามีเว็บไซต์อยู่แล้ว สามารถทำ SEO ได้เลย โดยทางเราจะขอเว็บไซต์ของทางลูกค้าเพื่อมาปรับโครงสร้างของเว็บไซต์ ให้ถูกต้องตามหลัก SEO

ทำ SEO แล้วได้ลูกค้าจริงหรือ ?

จริงครับ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่เขาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าแต่ละอย่าง นั่นคือกลุ่มเป้าหมายเราจริงๆ ถ้าบริการของเรานั้น ติดในอันดับแรกๆของ Google นั่นคือโอกาศที่ลูกค้าจะเห็นสินค้า และบริการของเรา ในลำดับแรกๆ และจะเลือกเรา นั่นคือโอกาศ

ติดต่อบริการ รับทำSEO ที่

เว็บไซต์ :: http://www.seo-winner.com

ลุงตัดไม้พะยูง ได้ประกันตัวแล้ว ตำรวจยันเป็นไม้หวงห้ามไม่สามารถตัดได้

ลอบตัดไม้พยุง

ลอบตัดไม้พยุง

      ตำรวจให้ประกันตัว 2 ลุงตัดไม้พะยูงในที่นาตัวเอง ชี้เป็นไม้หวงห้ามไม่สามารถตัดได้ หลังจากนี้เตรียมขึ้นศาลพิจารณาคดี ไม่สามารถยอมความได้ เพราะเป็นคดีอาญา
จากกรณีที่มีหนุ่มรายหนึ่งออกมาโพสต์ประกาศขอความช่วยเหลือ หลังพ่อและน้าโดนจับข้อหาตัดไม้พะยูง ทั้งที่ไม้ต้นนี้ขึ้นในที่ดินตัวเองมายาวนาน ก่อนที่มันจะล้มลงเมื่อหน้าฝนที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่เป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมาย คุณพ่อจึงไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านและอำเภอมาช่วยดู แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ก่อนที่จะผ่านมาสักระยะ พ่อกับน้าจึงตัดสินใจจะตัดออกจากนา แต่ก็กลับโดนบุคคลปริศนาไปแจ้งความโดยที่ไม่ดูเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น

ลอบตัดไม้พยุง

ล่าสุดวันที่ 15 ธันวาคม 2559  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม นายทองสุก พันชมพู อายุ 80 ปี เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ส่วนอีกรายคือ นายเดิน จันทกล อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นคู่เขยกัน โดยนายทองสุก เล่าว่า ไม้พะยูงดังกล่าว เกิดในพื้นที่นาของตน เมื่อช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาก็ถูกพายุพัดจนล้มขวางถนน ซึ่งตนได้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วก็ไม่มีหน่วยงานใดมาตัดไม้ให้  นายทองสุก เล่าอีกว่า เส้นทางดังกล่าวนั้น ชาวบ้านต้องสัญจรผ่านไป-มา เพื่อนำขยะไปทิ้งที่บ่อขยะของเทศบาล ต.แกดำ จ.มหาสารคาม ทำให้ชาวบ้านต้องขับขี่รถอ้อมทางเข้ามาในที่ของตนเอง จนได้รับความเดือดร้อน และเมื่อตนทำนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ชวนนายเดิน ซึ่งเป็นคู่เขย ให้มาช่วยตัดไม้ เพื่อให้สามารถใช้เส้นทางได้เหมือนเดิม แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในข้อหาลักลอบตัดไม้พะยูง

อย่างไรก็ดี นายทองสุก ระบุว่า ตนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ไม่มาดำเนินการ อีกทั้งไม้พะยูงก็ผุ ปลวกขึ้น ตนจึงคิดจะตัดไม้ไปทำฟืน ไม่ได้คิดจะนำไปขาย หรือทำการค้า ทั้งนี้คนโบราณเชื่อกันว่าไม้ที่หักชาวบ้านจะไม่นำมาปลูกบ้าน หรือซ่อมแซมบ้าน ต้องเป็นไม้ยืนต้นที่ไปตัดเองเท่านั้น หากเป็นไม้ล้มทำได้เพียงแค่ทำฟืนเท่านั้น เพราะหากนำไปทำบ้าน ก็จะถือว่าไม่เป็นสิริมงคล

ด้าน พ.ต.อ. จุมพล เปรมศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแกดำ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูง จึงได้ร่วมกับทหารและฝ่ายปกครองออกไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าไม้พะยูงถูกตัดเป็นท่อนแล้ว และพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกำลังเลื่อยไม้อยู่ จึงได้นำตัวมาสอบสวน และได้ยึดของกลางคือ ไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.30 เมตร ความยาว 1.9 เมตร จำนวน 1 ท่อน ไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.20 เมตร ความยาว 2 เมตร จำนวน 1 ท่อน ไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.10 เมตร ความยาว 3 เมตร จำนวน 1 ท่อน และไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.20 เมตร ความยาว 1.30 เมตร จำนวน 1 ท่อน และเลื่อยตะเข้ 1 ปื้น  ทั้งนี้ พ.ต.อ. จุมพล ระบุว่า ไม้พะยูงถือเป็นไม้หวงห้าม ไม่สามารถตัดได้ ถึงแม้ว่าอยู่ในที่นาของตนเอง ซึ่งตนได้ทำความเข้าใจกับผู้ต้องหาแล้ว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ประกันตัวไปในวันที่ 13 ธันวาคม  โดยมีนายศักดิ์ ทองภูบาล ใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านแกดำ เป็นผู้ประกันตัว เบื้องต้น ศาลได้นัดอีกครั้งวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความกันได้ โดยจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาคดีต่อไป

ที่มา:kapook

Facebook บน Android อัพโหลดวิดีโอ HD ได้แล้ว

Facebook บน Android อัพโหลดวิดีโอ HD

Facebook บน Android อัพโหลดวิดีโอ HD ได้แล้ว พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายอย่าง เฟซบุ๊กได้อัพเดทแอพฯ บน Android ให้รองรับการอัพโหลดวิดีโอความละเอียด HD แล้ว โดยผู้ใช้จะต้องเข้าไปตั้งค่าเปิดฟีเจอร์นี้ก่อนด้วยการเข้าไปที่ App Settings แล้วเปิด Upload Videos in HD นอกจากนี้ทางเฟซบุ๊กก็ยังได้เพิ่มฟีเจอร์อื่น ๆ มาพร้อมกันอีกด้วย ได้แก่ การดูวิดีโอแบบซ้อนแอพฯ อื่น (Picture-in-Picture), ดาวน์โหลดวิดีโอเก็บไว้ดูทีหลัง, สามารถเลือกความละเอียดขณะดูวิดีโอได้ตั้งแต่ 72p-360p และดูแจ้งเตือนได้ง่ายกว่าเดิมด้วยปุ่มขึ้น-ลงสำหรับเลื่อนดูโพสต์ของแต่ละ แจ้งเดือนโดยไม่ต้องย้อนกลับไปหน้าแจ้งเตือนทุกครั้ง
สนใจทำเว็บไซต์ หรือคิดอยากมีเว็บไซตเป็นของตัวเอง ไว้คอยแนะนำสินค้าหรือบริการต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา รับทำเว็บไซต์ เชียงใหม่ ออกแบบเว็บไซต์ จัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) และรับทำ SEO ชียงใหม่ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำเว็บไซต์ เชียงใหม่

Facebook บน Android อัพโหลดวิดีโอ HD

ที่มา:kapook

เป๊ะแล้ว “น้องไบร์ท” โชว์สเต็ปแดนซ์ลีลาไม่ธรรมดา

        ทำเอาเขินออกอากาศเลยทีเดียวเมื่อ ผู้ประกาศสาวคนเก่ง ไบร์ท พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ที่ปกติมีบุคลิคหวานๆ เรียบร้อย โดนแซวเรื่องคลิปเต้นในฟิตเนสกลางรายการ เนื่องจากเจ้าตัวยังเต้นไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นัก แต่หลายคนก็ยังยืนยันว่าถึงท่าไม่เป๊ะแต่น้องไบร์ทก็ยังน่ารักอยู่ดี ล่าสุด หลังไปซุ่มซ้อมมาพักใหญ่ สาวไบร์ทก็โพสต์คลิปเต้นอีกครั้ง แต่คราวนี้บอกเลยว่าสเต็ปเป๊ะเวอร์ เต้นไปพร้อมครูได้อย่างคล่องแคล่วไม่มีผิดเพี้ยน สวย เก่ง น่ารักแบบเป็นธรรมชาติ จนหนุ่มๆ อิจฉา โต๋ ศักดิ์สิทธิ์กันเป็นแถวๆ

ที่มา:sanook

ตูน บอดี้สแลม เปิดใจหลังวิ่งเสร็จ พร้อมปล่อยประโยคเด็ด ใครหาว่าผมขี้ยา มาวิ่งด้วยกัน !

ตูน บอดี้สแลม

         ตูน บอดี้สแลม เปิดใจหลังพาโครงการ #ก้าวคนละก้าว วิ่ง 10 วัน 400 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ-บางสะพาน ระดมทุนบริจาคได้ 70 ล้านบาท ยอมรับตอนแรกกลัวคนมองอยากดัง แต่ขอบคุณคนไทยทุกคน พร้อมท้าคนที่ว่าตัวเองเป็นขี้ยามาวิ่งด้วยกัน ในที่สุดโครงการ #ก้าวคนละก้าว ของนักร้องหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม ก็บรรลุผลสำเร็จไปด้วยดี หลังจากช่วงเย็นวานนี้ (10 ธันวาคม 2559) ตูน บอดี้แสลม พร้อมกับกลุ่มดาราที่อาสาเข้าร่วมโครงการได้วิ่งเข้าสู่เส้นชัยที่โรงพยาบาลบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 400 กิโลเมตร โดยมียอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 70 ล้านบาท และมีเงินบริจาคเพิ่มเติมจากประชาชนบางสะพานอีกกว่า 2 แสนบาท

ตูน บอดี้สแลม

         โดยหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ตูน บอดี้สแลม เปิดใจว่า จริงๆ ตนเป็นคนสุพรรณ แต่ 2 ปีที่แล้วได้มาอยู่ที่บางสะพาน และจากความคิดบ้า ๆ ของเด็กบ้า ๆ คนหนึ่ง ที่นั่งคิดคนเดียวอยู่ที่บ้านว่าอยากจะหาเงินเยอะ ๆ มาซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ขาดแคลนให้กับโรงพยาบาลบางสะพานเพื่อเป็นกำลังใจให้คุณหมอและนางพยาบาลที่ทุ่มเทเสียสละอยู่ที่นี่ แทนที่จะไปเอาเงินเยอะ ๆ อยู่ที่กรุงเทพหรือเมืองใหญ่ ๆ จนสุดท้ายตนจึงตัดสินใจเอาตัวเองเป็นต้นทุนวิ่งเรี่ยไรเงินจากคนไทยใจดีทั่วประเทศ โดยตอนแรกคิดว่าได้เงิน 4-5 ล้านก็โอเคแล้ว ทำเงียบ ๆ คนเดียว ไม่อยากเด่น ไม่อยากดังอะไร แต่สุดท้ายได้ไปปรึกษาพี่ที่ทำงานอยู่ a day ให้เขาช่วยเรื่องโปรโมทให้หน่อย ซึ่งเขาบอกว่าถ้าจะทำทั้งทีและลงแรงขนาดนี้ ทำไมไม่บอกประชาชนทั่วไปให้เขาได้รับรู้ทั่วกันจะได้ช่วยกันเยอะ ๆ จะได้มีเงินเยอะ ๆ มาช่วยโรงพยาบาลบางสะพาน

         ตูน บอดี้สแลม กล่าวต่อว่า ตอนแรกตนกลัวคนจะหาว่าอยากดัง อยากทำดีเอาหน้า แต่ที่จริงตนไม่อยากเด่นอยากดังอะไรแล้ว เพราะหากตนจะไปเที่ยวที่ไหนก็ไปได้ สบายทุกที่ แต่ตนอยากทำเพื่อทุกคนที่บางสะพานจริง ๆ เพราะตนรู้ว่าข้างในโรงพยาบาลขาดแคลนจริง ๆ และอยากให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย อยากให้เสียงเล็ก ๆ ของตนมีประโยชน์ จึงต้องการบอกต่อ เพราะหากตนเพียงแค่รับรู้เฉย ๆ แล้วไม่บอกต่อคงเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ แต่ปัญหาสำหรับโรงพยาบาลของรัฐบาลทั่วไทยที่มีความขาดแคลนเช่นเดียวกันนี้ยังมีอีกมาก พวกเราจึงอยากทำโครงการนี้เพื่อนำร่อง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจดี ๆ ให้กับใครหลาย ๆ คนที่อยู่ต่างจังหวัด

ตูน bodyslam

         “มีใครหลายคนถามผมว่าทำไมไม่ทำให้โรงพยาบาลที่อื่นบ้าง ผมตัวเล็กแค่นี้อะ หุ่นก็เหมือนขี้ยาที่เขาว่ากัน (ยิ้ม) ใครว่าผมขี้ยามาวิ่งกับผมไหม ผมเป็นไอขี้ยาตัวเล็ก ๆ ผมทำได้แค่โรงพยาบาลเดียว ผมอยากให้ทุกคนมองผม ไม่ใช่มองที่ผม แต่มองเห็นปัญหาที่ผมสื่อ เห็นปัญหาที่ผมอยากให้ทุกคนเห็นเหมือนกัน ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาของใคร ผมบอกเลยไม่ใช่ปัญหาของรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาของคนรวย ๆ ไม่ใช่ปัญหาของใครที่จะต้องมาเอาเงินแสนเงินล้านมาบริจาคอยู่ประจำ สุดท้ายมันเป็นปัญหาของเราทุกคนที่ซ่อนอยู่ ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาที่มีเสียงดังโครมคราม ให้ทุกคนได้ไปช่วยกันในทีเดียว ปัญหานี้มันซ่อนอยู่ มันเรื้อรัง … ตอน 5 ขวบผมอยู่สุพรรณ ผมก็เห็นแบบนี้ อายุตอนนี้ 37 ขวบ อย่านึกว่า 18 นะ 37 แล้วครับ (หัวเราะ) ก็ยังเห็นเหมือนเดิม เหมือนตอน 5 ขวบ และได้รู้ลึกขึ้นด้วยซ้ำว่ามันขาดแคลนมากกว่าที่เราเห็นข้างหน้ามากนัก” ตูน บอดี้สแลมกล่าว

ตูน บอดี้สแลม

         นอกจากนี้ ตูน บอดี้สแลม ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากให้คนไทยทั้งประเทศได้รู้ปัญหานี้เช่นเดียวกัน แล้วลงมือช่วยเหลือกัน คนละ 5 บาท 10 บาท ถ้ารู้กันล้านคนก็ 5 ล้านบาท 10 ล้านบาท ถ้ารู้กัน 10 ล้านคน ก็ 50 ล้านบาท 100 ล้านบาท ช่วยชีวิตคนได้ล้านคน ต่อชีวิตคนได้อีกหลายล้านคน ช่วยหัวหน้าครอบครัวได้คนหนึ่งได้ไปเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพต่ออีก 3 คนได้ และตนอยากให้จำนวนที่เรามีมากเป็นตัวตั้ง 60 ล้านคนเป็นตัวตั้ง ช่วยกันคนละ 5 บาท 10 บาท ต่อเดือน เราก็ไม่เดือดร้อน ทำให้มีเงินช่วยโรงพยาบาลต่อเดือนตั้งเท่าไหร่ ส่วนตัวคิดว่าสิ่งนี้จะทให้ประเทศเราดีขึ้นเป็นลำดับ และขอขอบคุณบางสะพานที่เป็นแรงบันดาลใจให้ตนทำสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น ให้เด็กบ้า ๆ คนนี้ได้วิ่ง 400 กิโลเมตร นำเงิน 63 ล้านบาทจากคนไทยทั่วประเทศมามอบให้ในวันนี้ ขอบคุณคนไทยทั่วประเทศที่ได้ยินเสียงตนตอนนี้อยู่ และทำให้ความคิดในตอนแรกที่แค่จะนำเงิน 4-5 ล้านมามอบให้ ขอโทษแล้วกันที่ดูถูกน้ำใจคนไทย และตนจะไม่หยุดอยู่แค่นี้เพราะอยากให้มันเปลี่ยนแปลงจริง ๆ ดังนั้นตนจะทำต่อไป ขอบคุณคนไทยมากครับ

ที่มา:kapook