จับจริง-รถยื้อใช้ ป้ายแดง ขนส่งฯขีดเส้น1ตค. ผนึกตร.เอาแน่ บี้ให้จดทะเบียน 60วันต้องเสร็จ ถ้าพบวิ่งบนถนน ปรับ1พัน-1หมื่น

 

 

            ขีดเส้นจับจริง รถยื้อ ใช้ป้ายแดงขนส่ง-ตร.เอาแน่ ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ เผย 1 ต.ค.2560 – 31 ธ.ค.2560 ต้องจดทะเบียนใน 60 วัน แต่หากซื้อรถตั้งแต่ 1 ม.ค.2561 ต้องจดให้แล้วเสร็จใน 30 วันนับแต่รับรถ มีโทษปรับ 1,000-10,000 บาท หวังป้องปรามรถผิดกฎหมาย ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น เตรียมเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่เข้าใจ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ขบ.ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมที่จะเข้ามากำกับดูแลรถป้ายแดง โดยจะร่วมกันเข้าไปดำเนินการตรวจจับปรับรถส่วนบุคคลที่ใช้ป้ายแดงในการขับขี่ โดยในส่วนของรถส่วนบุคคลที่ซื้อตั้งแต่ 1 ต.ค. 2560 – 31 ธ.ค. 2560 หากซื้อรถใหม่ป้ายแดงจะต้องจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกภายใน 60 วันนับแต่รับรถ และหากซื้อรถตั้งแต่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป จะต้องจดทะเบียนกับขบ.ภายใน 30 วันนับแต่รับรถ

ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดในช่วงเวลาดังกล่าว จะต้องถูกตำรวจตรวจจับและปรับทันที โดยมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาททันที ดังนั้นช่วงตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึง 30 ก.ค. 2560 ขบ.จะเร่งประชาสัมพันธ์ และทำความเข้าใจกับประชาชนเพื่อให้รับทราบข้อมูลดังกล่าว

นายสนิทกล่าวอีกว่า การดำเนินการ ดังกล่าวขณะนี้ทางขบ. อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายรถป้ายแดง และขณะนี้ผ่าน ขั้นตอนของกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้วรอเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสนช. ให้พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม ขบ. มั่นใจว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนั้นเป็น การรักษาสิทธิของประชาชนที่เป็นเจ้าของ รถที่ซื้อรถใหม่จากศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถ มีการดำเนินการให้จดทะเบียนรถถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อให้ป้ายแดงที่ขบ.ออกไปอย่างถูกกฎหมายกว่า 100,000 ป้าย ทั่วประเทศ ได้หมุนเวียนในระบบ และทำให้รถที่ครอบครองป้ายแดงรีบจดทะเบียนในระยะเวลากำหนดรวมถึงป้องกันปราบปรามรถผิดกฎหมายที่วิ่งบนท้องถนนด้วย ประกอบกับการเข้ามาจดทะเบียนรถถูกต้องตามกำหนดเวลาก็จะทำให้ภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ขบ.และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับทราบและเข้าใจกฎระเบียบ กฎหมาย ที่ขบ.จะประกาศออกไปเพื่อให้เข้าใจตรงกันและจะได้ไม่ต้องประสบกับปัญหาระหว่างเจ้าหน้าที่ ขณะตรวจจับ

รายงานข่าวแจ้งว่าทาง ขบ.ระบุว่า สำหรับการเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถส่วนบุคคลจากป้ายแดง เป็นป้ายดำ หากเป็นขั้นตอนของขบ.ใช้เวลาเพียงวันเดียวก็แล้วเสร็จ ส่วนที่ผ่านมามีรถป้ายแดงจำนวนมากที่ไม่เปลี่ยนป้าย หรือเปลี่ยนป้ายช้า ส่วนหนึ่งมาจาก ขั้นตอนเอกสารของบริษัทรถยนต์ และ ดีลเลอร์ขายรถ ซึ่งหากถึงกำหนดเวลาตามเงื่อนไข ทางดีลเลอร์ต้องเร่งเวลาเรื่องเอกสารให้ได้ตามกำหนดของ ขบ.

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับรถยนต์ ป้ายแดงที่ซื้อในช่วงก่อนหน้านี้ หรือก่อน วันที่ 1 ต.ค. แล้วยังไม่เปลี่ยนป้ายทะเบียน หากถึงกำหนดวันที่ 1 ต.ค.ที่เริ่มกวดขัน เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจคู่มือรถแล้วพบว่ารับรถมาเกิน 2 เดือนแล้วยังไม่เปลี่ยนป้ายทะเบียนจะถูกจับปรับเช่นกัน โดยช่วงแรกจะเน้นการประชาสัมพันธ์ หรือปรับด้วยอัตราต่ำสุดคือ 1,000 บาทก่อน สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : khaosod

ลุงตัดไม้พะยูง ได้ประกันตัวแล้ว ตำรวจยันเป็นไม้หวงห้ามไม่สามารถตัดได้

ลอบตัดไม้พยุง

ลอบตัดไม้พยุง

      ตำรวจให้ประกันตัว 2 ลุงตัดไม้พะยูงในที่นาตัวเอง ชี้เป็นไม้หวงห้ามไม่สามารถตัดได้ หลังจากนี้เตรียมขึ้นศาลพิจารณาคดี ไม่สามารถยอมความได้ เพราะเป็นคดีอาญา
จากกรณีที่มีหนุ่มรายหนึ่งออกมาโพสต์ประกาศขอความช่วยเหลือ หลังพ่อและน้าโดนจับข้อหาตัดไม้พะยูง ทั้งที่ไม้ต้นนี้ขึ้นในที่ดินตัวเองมายาวนาน ก่อนที่มันจะล้มลงเมื่อหน้าฝนที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่เป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมาย คุณพ่อจึงไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านและอำเภอมาช่วยดู แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ก่อนที่จะผ่านมาสักระยะ พ่อกับน้าจึงตัดสินใจจะตัดออกจากนา แต่ก็กลับโดนบุคคลปริศนาไปแจ้งความโดยที่ไม่ดูเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น

ลอบตัดไม้พยุง

ล่าสุดวันที่ 15 ธันวาคม 2559  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปสอบถาม นายทองสุก พันชมพู อายุ 80 ปี เป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ส่วนอีกรายคือ นายเดิน จันทกล อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นคู่เขยกัน โดยนายทองสุก เล่าว่า ไม้พะยูงดังกล่าว เกิดในพื้นที่นาของตน เมื่อช่วงหน้าฝนที่ผ่านมาก็ถูกพายุพัดจนล้มขวางถนน ซึ่งตนได้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วก็ไม่มีหน่วยงานใดมาตัดไม้ให้  นายทองสุก เล่าอีกว่า เส้นทางดังกล่าวนั้น ชาวบ้านต้องสัญจรผ่านไป-มา เพื่อนำขยะไปทิ้งที่บ่อขยะของเทศบาล ต.แกดำ จ.มหาสารคาม ทำให้ชาวบ้านต้องขับขี่รถอ้อมทางเข้ามาในที่ของตนเอง จนได้รับความเดือดร้อน และเมื่อตนทำนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้ชวนนายเดิน ซึ่งเป็นคู่เขย ให้มาช่วยตัดไม้ เพื่อให้สามารถใช้เส้นทางได้เหมือนเดิม แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในข้อหาลักลอบตัดไม้พะยูง

อย่างไรก็ดี นายทองสุก ระบุว่า ตนได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ก็ไม่มาดำเนินการ อีกทั้งไม้พะยูงก็ผุ ปลวกขึ้น ตนจึงคิดจะตัดไม้ไปทำฟืน ไม่ได้คิดจะนำไปขาย หรือทำการค้า ทั้งนี้คนโบราณเชื่อกันว่าไม้ที่หักชาวบ้านจะไม่นำมาปลูกบ้าน หรือซ่อมแซมบ้าน ต้องเป็นไม้ยืนต้นที่ไปตัดเองเท่านั้น หากเป็นไม้ล้มทำได้เพียงแค่ทำฟืนเท่านั้น เพราะหากนำไปทำบ้าน ก็จะถือว่าไม่เป็นสิริมงคล

ด้าน พ.ต.อ. จุมพล เปรมศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแกดำ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูง จึงได้ร่วมกับทหารและฝ่ายปกครองออกไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุก็พบว่าไม้พะยูงถูกตัดเป็นท่อนแล้ว และพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนกำลังเลื่อยไม้อยู่ จึงได้นำตัวมาสอบสวน และได้ยึดของกลางคือ ไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.30 เมตร ความยาว 1.9 เมตร จำนวน 1 ท่อน ไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.20 เมตร ความยาว 2 เมตร จำนวน 1 ท่อน ไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.10 เมตร ความยาว 3 เมตร จำนวน 1 ท่อน และไม้พะยูงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.20 เมตร ความยาว 1.30 เมตร จำนวน 1 ท่อน และเลื่อยตะเข้ 1 ปื้น  ทั้งนี้ พ.ต.อ. จุมพล ระบุว่า ไม้พะยูงถือเป็นไม้หวงห้าม ไม่สามารถตัดได้ ถึงแม้ว่าอยู่ในที่นาของตนเอง ซึ่งตนได้ทำความเข้าใจกับผู้ต้องหาแล้ว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ประกันตัวไปในวันที่ 13 ธันวาคม  โดยมีนายศักดิ์ ทองภูบาล ใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านแกดำ เป็นผู้ประกันตัว เบื้องต้น ศาลได้นัดอีกครั้งวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความกันได้ โดยจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาคดีต่อไป

ที่มา:kapook

ทำได้ไง ตำรวจจับรถตู้ขนต่างด้าว พบแรงงานอัดแน่น 41 คน

ทำได้ไง ? ตำรวจจับรถตู้ขนต่างด้าว พบแรงงานอัดแน่น 41 คน

          โซเชียลแชร์คลิป เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจับรถตู้หลังได้รับรายงานว่าเป็นรถบรรทุกกลุ่มคนต่างด้าวเข้าประเทศ โดยพบมีแรงงานต่างด้าวรวม 41 คน อัดอยู่ในรถคันเดียว

          วันที่ 19 กันยายน 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดจับรถตู้ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ ที่แชร์ผ่านเฟซบุ๊ก ราชสีห์ จิตอาสาซึ่งเผยให้เห็นภายในรถตู้คันดังกล่าว ได้มีการบรรทุกกลุ่มแรงงานชาวต่างด้าว จำนวน 41 คน ทั้งที่จริง ๆ แล้วรถตู้โดยสารไม่สามารถบรรทุกคนเกิน 15 คน ตามกฎหมายกำหนด

ทำได้ไง ? ตำรวจจับรถตู้ขนต่างด้าว พบแรงงานอัดแน่น 41 คน

ที่มา:kapook

พบหญิงสาวหวาดผวา นั่งร้องไห้ตัวสั่นริมถนน สภาพถูกมัดมือ-มัดเท้า

กู้ภัยระนอง รุดช่วยหญิงสาววัย 20 ปีเศษ นั่งร้องไห้ตัวสั่นริมถนน

               กู้ภัยระนอง รุดช่วยหญิงสาววัย 20 ปีเศษ นั่งร้องไห้ตัวสั่นริมถนน มีอาการหวาดผวาและกลัวผู้ชาย สภาพถูกมัดมือ-มัดเท้า

              วันที่ 13 กันยายน 2559 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3 รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (12 กันยายน) มีพลเมืองดีซึ่งเป็นผู้หญิง 2 คน พบหญิงสาวอายุประมาณ 20 ปีเศษ นั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่ริมถนนเพชรเกษม จ.ระนอง โดยเธอสวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงวอร์มสีดำ ไม่สวมรองเท้า ตามร่างกายพบว่า มีร่องรอยคล้ายกับถูกบุหรี่จี้ตามตัว ที่ข้อมือมีเชือกสีขาวมัดอยู่ทั้ง 2 ข้าง และที่ข้อเท้าก็ถูกมัดด้วยเชือกทั้ง 2 ข้างเช่นกัน ลักษณะคล้ายกับกัดเชือกขาดแล้วหลบหนีออกมา เพราะเธออยู่ในสภาพตกใจสุดขีดเหมือนวิ่งหนีอะไรมา ทำให้พลเมืองดีที่เจอเธอต้องเข้าไปกอดและนั่งปลอบตลอดเวลา อีกทั้งเจ้าตัวก็ไม่ยอมให้ผู้ชายถูกตัวเลย

               ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก บ่าวไข่ เมืองระนอง ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ พร้อมระบุข้อความว่า..

 กู้ภัยระนอง รุดช่วยหญิงสาววัย 20 ปีเศษ นั่งร้องไห้ตัวสั่นริมถนน

             

และในเวลาต่อมาเฟซบุ๊กดังกล่าวก็มีการอัพเดทความคืบหน้าว่า ตอนนี้หญิงสาวรายนี้ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่ามาจากไหนและใครเป็นคนทำร้ายเขา

  ขณะที่จากการสอบถามกู้ภัยที่เข้าให้การช่วยเหลือ บอกว่า น่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่อาจจะมีอาการผวา กลัวคนมาทำร้าย อาจจะกัดเชือกขาดแล้วหนีออกมาขอความช่วยเหลือ อีกทั้งยังพูดจาไม่รู้เรื่อง ลักษณะคือกลัวผู้ชายมาก เหมือนกับถูกทำร้ายมาหรือยังไงก็ไม่ทราบ

               อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีคนมาให้ข้อมูลระบุว่า ผู้หญิงคนนี้ทุกเช้าจะเป็นผู้ปกครองที่ไปรับ-ส่งนักเรียนทั้งเช้าและเย็น ก่อนหน้านี้เธอปกติดี แต่หลังจากหายออกจากบ้านไป 4-5 วัน ปรากฏว่า ก็มีคนมาพบเธอเหมือนกับคนไม่ปกติ จึงคาดว่า เธออาจจะถูกทำร้ายหรือหนีอะไรมา โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนเรื่องดังกล่าวต่อไป

กู้ภัยระนอง รุดช่วยหญิงสาววัย 20 ปีเศษ นั่งร้องไห้ตัวสั่นริมถนน

             

ที่มา:kanook

รวบแล้ว มือแทงคนซอย ม.หอการค้า สารภาพมีญาณวิเศษสั่งการให้ทำ

รวบแล้ว มือแทงคนซอย ม.หอการค้า สารภาพมีญาณวิเศษสั่งการให้ทำ

          ตำรวจ สน.ดินแดง รวบชายก่อเหตุแทงคนที่ ซอย ม.หอการค้า ได้แล้ว เผยมีลักษณะคล้ายคนสติไม่ดีจริง รับสารภาพ “มีญาณวิเศษสั่งการ”

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายสติไม่ดีใช้อาวุธมีดยาวไล่นายสมบัติ โปร่งอ่อน อายุ 28 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร จนได้รับบาดเจ็บถูกแทงที่ใต้ราวนมซ้ายมีแผลลึกประมาณ 2 เซนติเมตร และนิ้วชี้ข้างซ้ายช่วงข้อต่อกระดูกบนถูกฟันจนขาด ที่บริเวณซอยข้าง ม.หอการค้าไทย ตามที่มีการรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้
ล่าสุด (1 กันยายน 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในซอยประชาสงเคราะห์ 21 ทราบชื่อคือ นายรณภพ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบ ผู้ต้องหามีอาการคล้ายคนสติไม่ดีตามที่เคยได้รายงานไปก่อนหน้านี้ คือมีลักษณะการพูดจาวกวน กลับไปกลับมา แต่เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุดังกล่าวจริง

จากการสอบถาม นายรณภพ ให้การว่า สาเหตุที่ต้องออกมาไล่ทำร้ายผู้อื่นนั้น เนื่องจากมีญาณวิเศษสั่งมาบอกว่า อนาคตของเด็กหอการค้าอยู่ในกำมือตน !

รวบแล้ว มือแทงคนซอย ม.หอการค้า สารภาพมีญาณวิเศษสั่งการให้ทำ

รวบแล้ว มือแทงคนซอย ม.หอการค้า สารภาพมีญาณวิเศษสั่งการให้ทำ

ที่มา:kapook

หนุ่มเล่นใหญ่พาตำรวจบุกจับแฟนสาวแล้วขอแต่งงาน มันน่าเซย์เยสไหมเนี่ย

หนุ่มเล่นใหญ่พาตำรวจบุกจับแฟนสาวแล้วขอแต่งงาน มันน่าเซย์เยสไหมเนี่ย


หนุ่มโรมาเนียเล่นใหญ่เซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวแต่งงาน ให้เพื่อนมาสร้างสถานการณ์ปลอมเป็นตำรวจจู่โจมเข้าจับตัวแฟนสาว ก่อนเจ้าตัวจะเฉลยด้วยการคุกเข่าให้แหวน ทำเอาเธอทั้งช็อกทั้งเซอร์ไพรส์ เปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน

          จะเรียกได้ว่าเป็นการขอแต่งงานที่ทำให้คนรักอกสั่นขวัญหายและน่าโมโหที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับพ่อหนุ่มวลาด ลังกู ชาวโรมาเนียรายนี้ เมื่อเขาเล่นจัดเซอร์ไพรส์ให้อเล็กซานดรา แฟนสาวอย่างหนัก ด้วยการสร้างสถานการณ์ให้เธอช็อกมาก ๆ ก่อนจะเฉลยในตอนท้ายด้วยการคุกเข่าขอเธอแต่งงาน ทำซะลุ้นระทึกสุด ๆ ไปเลย

หนุ่มเล่นใหญ่พาตำรวจบุกจับแฟนสาวแล้วขอแต่งงาน มันน่าเซย์เยสไหมเนี่ย

          ปฏิบัติการได้เริ่มขึ้นโดยหนุ่มวลาดขับรถมาตามถนนในเมืองบราซอฟ โดยมีอเล็กซานดรา นั่งมาข้าง ๆ จากนั้นก็ให้กลุ่มเพื่อน 3 คนที่นัดไว้ สวมโม่งคลุมหัวปลอมตัวเป็นหน่วยจู่โจมพิเศษ ขับรถตำรวจมาจอดขวางหน้ารถของทั้งคู่พร้อมกับทำการบุกเข้าประชิดตัว

หนุ่มเล่นใหญ่พาตำรวจบุกจับแฟนสาวแล้วขอแต่งงาน มันน่าเซย์เยสไหมเนี่ย

          ตำรวจตัวปลอม 2 นาย เปิดประตูรถแล้วจับตัวสาวอเล็กซานดราออกมา จากนั้นก็จับเธอนอนก้มหน้ากับพื้น ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่หนุ่มวลาดแอบย่องไปท้ายรถเพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์ เมื่อได้สัญญาณแก๊งเพื่อนก็พาตัวอเล็กซานดราที่อยู่ในอาการทั้งตกใจทั้งงงและสับสนไปที่ท้ายรถ

          วินาทีนั้นเองอเล็กซานดราก็พบกับเฉลย เป็นหนุ่มวลาดนั่งคุกเข่ารออยู่พร้อมกับกล่องแหวนเพชรเพื่อขอเธอแต่งงาน เล่นเอาเธอเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน ทั้งช็อกทั้งเซอร์ไพรส์ จากที่ตกใจสุด ๆ กลายเป็นซาบซึ้งใจน้ำตาไหล โผเข้ากอดแฟนหนุ่มพร้อมกับเซย์เยสตอบตกลงแต่งงาน

หนุ่มเล่นใหญ่พาตำรวจบุกจับแฟนสาวแล้วขอแต่งงาน มันน่าเซย์เยสไหมเนี่ย

          เห็นแบบนี้แล้วขอบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ควรทำตาม เพราะอาจจะไม่โชคดีเมือนพ่อหนุ่มวลาดรายนี้ นอกจากคนรักจะไม่ตอบตกลงแล้ว อาจจะยังพาลให้ถูกบอกเลิกได้ไปพร้อมกัน ๆ ด้วยก็เป็นได้

ที่มา:kapook

บุกยิงสาว 4 นัด คาร้านสะดวกซื้อ ตร.เชื่อปมแค้นชู้สาว

               หนุ่มบุกยิงสาว 4 นัดรวด เจ็บสาหัส กลางร้านสะดวกซื้อย่านแสมดำ ตำรวจเช็คภาพวงจรปิด จับรูปร่างคนร้ายได้ชัดเจน มุ่งปมชู้สาว

เมื่อคืนวานนี้ (10 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม ได้รับแจ้งเหตุชายบุกยิงหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดี อายุประมาณ 30 ปี ในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ย่านซอยพระราม 60 ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยถูกยิงเข้าที่ลำตัว 4 นัด ก่อนวิ่งหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.ท่าข้าม จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บคือ นางสาวชลินธร อายุ 34 ปี ถูกยิงเข้าตามลำตัว 4 นัด ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านสะดวกซื้อ พบเห็นคนร้ายเป็นชาย รูปร่างสูงผอม สูงราวๆ 180 เซนติเมตร อายุไล่เลี่ยกับผู้บาดเจ็บ เข้ามาในร้ายไม่ได้ปกปิดใบหน้าใดๆ

คนร้ายเข้ามาเฝ้ารอดูเหยื่อมาที่ร้านสะดวกซื้อตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ทำทีเป็นเลือกซื้อของอยู่สักพัก กระทั่งจังหวะที่ นางสาวชลินธร เดินทางมาถึงที่ร้าน จึงชักอาวุธปืนไม่ทราบชนิดมายิงใส่ 4 นัด ก่อนจะขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนหลบหนีออกไป

อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเรื่องชู้สาว เนื่องจากผู้บาดเจ็บเคยมีสามีและมีลูกด้วยกัน แต่ได้เลิกรากันไปแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่ารูปพรรณสันฐานคนร้ายไม่ตรงกับอดีตสามีของผู้บาดเจ็บ ทำให้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาเบาะแสของคนร้าย เชื่อว่าอาจจะเป็นชายที่เข้ามาติดพัน

บุกยิงสาว 4 นัด คาร้านสะดวกซื้อ ตร.เชื่อปมแค้นชู้สาว

ที่มา:sanook

สยองกลางตลาด! แม่ค้าขายดอกไม้ปืนโหด ยิงแม่ลูกร้านข้างๆ ดับ 2 ศพ

สยองกลางตลาด! แม่ค้าขายดอกไม้ปืนโหด ยิงแม่ลูกร้านข้างๆ ดับ 2 ศพ

                   แม่ค้าขายดอกไม้ยิงแม่ลูกเจ้าของร้านติดกัน ดับ 2 ศพ กลางตลาดสด หลังมีปากเสียงกันทุกวัน อ้างแค้นอีกฝ่ายรุมทำร้าย

(21 ก.ค.) เมื่อเวลา 19.00 น. ร.ต.อ.อัคคะเมศฐ์ สิงห์สังข์ ร้อยเวรสอบสวน ส.ภ.เมืองเพชรบุรี รับแจ้งเหตุมีถูกยิงด้วยอาวุธปืนภายในตลาดอนามัย ถนนสุรินทร์ฤาชัย ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้ทันควัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.ภ.เมืองเพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการจังหวัดเพชรบุรี เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถาน และ แพทย์เวรโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี ร่วมสนับสนุนพร้อมรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นแผงขายดอกไม้อยู่ด้านหน้าของตลาดอนามัย พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และ หญิง 1 ราย นอนเสียชีวิตอยู่ภายในร้าน ทราบชื่อต่อมาคือนางธนพร และ นายชัชวาล อยู่สุข ทั้งสองเป็นแม่ลูกกัน โดยสภาพศพของนางธนพร อยู่ในสภาพนอนหงายกองอยู่บนพื้นปูนภายในร้านขายดอกไม้ ส่วนนายชัชวาล นอนเสียชีวิตในสภาพนอนหงายอยู่บนถังน้ำแข็งสภาพศพที่ใบหน้ามีเลือดอาบจำนวนมาก

ส่วนผู้ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวได้ทันพร้อมอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ทราบชื่อคือนางพิศมัย ภู่ระหงส์ อายุ 50 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวไปสอบปากคำที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อหาสาเหตุของการก่อเหตุ

จากการชันสูตรพลิกศพนายชัชวาล มีรอยถูกยิงเข้าบริเวณใต้สีข้างซ้าย 1 แห่ง รักแร้ขวา 2 แห่ง และแขนซ้าย 1 แห่ง ส่วนนางธนพร อยู่สุข มีรอยกระสุนถูกยิงเข้าบริเวณหน้าอก 2 แห่ง หลัง 2 แห่ง

สอบถามสามีของนางธนพร ผู้เสียชีวิตทราบว่า เมื่อวานนี้ (20 ก.ค.59) ภรรยา บุตรชาย และผู้ก่อเหตุ มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันในเรื่องของกันสาดแบบม้วนได้ของที่ร้านเมื่อกางออกมาแล้วไปทับโดนร่มของร้านขายพวงมาลัยของนางพิศมัย ที่ก่อเหตุ ซึ่งตั้งร้านอยู่ใกล้กัน โดยทั้งสองฝ่ายมักมีปากเสียงกันเป็นประจำและมาก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นางพิศมัย ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงทั้ง 2 คนจริง เนื่องจากแค้นที่ 2 แม่ลูกได้รุมทำร้ายร่างกายเมื่อวานนี้ จึงเกิดความแค้นและมาก่อเหตุดังกล่าว

ที่มา:sanook

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝังศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช จับกุมตัว นายทัตพงศ์ พรหมชัยศรี อายุ 22 ปี นักศึกษาผู้ก่อเหตุฆ่าโหด นางสาวพรธิดารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี แฟนสาวรุ่นพี่ ก่อนนำศพฝั่งในป่า เพราะแค้นที่ถูกบอกว่าไม่ได้รักกันจริง แค่คบกันคั่นเวลาเท่านั้น

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ (17 กรกฎาคม 2559) มีการตรวจสอบพบว่าภายในเฟซบุ๊กของนายทัตพงศ์ ผู้ต้องหา ซึ่งใช้ชื่อว่า “คุณชาย เอ็ม แดนเทวดา”  ได้มีการโพสต์ข้อความอย่างต่อเนื่องหลังจากวันที่ลงมือฆาตกรรมนางสาวพรธิดา รัตน์ ในทำนองประกาศตามหาแฟนสาวที่หายตัวไป ทำทีเป็นแสดงความเป็นห่วง ซึ่งพบว่าหลังความจริงปรากฏได้มีชาวเน็ตจำนวนมากตามมาถล่มคอมเมนต์ประณามการ กระทำของผู้ต้องหาเต็มหน้าเฟซบุ๊ก

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

รุมถล่มเฟซมือฆ่าสาวรุ่นพี่ พบทำเนียนว่าแฟนหายไป หลังฆ่าฝั่งศพแล้ว

ที่มา:kapook

พ่อแม่ร้องช่วย ตร.เมาชนแล้วหนี ทำเด็กตายไม่เคยเหลียวแล

พ่อแม่ร้องช่วย ตร.เมาชนแล้วหนี ทำเด็กตายไม่เคยเหลียวแล

             พ่อแม่เหยื่อตำรวจเมากร่าง ชนเด็กนักเรียนตาย 1 ศพ เจ็บเข้าขั้นพิการอีก 1 เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังไม่เคยเหลียวแล ตกลงค่าสินไหมไม่ได้ หนำซ้ำยังถูกข่มขู่

นางอำภา และ นายรุ่ง พึ่งอินทร์ สามีภรรยาชาว อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยญาติๆ ได้เข้าขอความเป็นธรรมกับ นายชินกร แก่นคง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ลูกสาววัย 16 ปี พร้อมกับเพื่อน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากโรงเรียนสีชมพูศึกษา เพื่อจะมุ่งหน้ากลับบ้าน ตามเส้นทางถนนสายชุมแพ-หนองบัวลำภู

เมื่อขี่มาถึงบริเวณสามแยกบ้านขมิ้น ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้าสีทอง ทะเบียน กจ 2194 ขอนแก่น ซึ่งมีร.ต.ท.ชัย ราชานนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.สีชมพู เป็นคนขับ ขับออกมาจากแยกพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของทั้งคู่อย่างจัง ทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บ แพทย์ส่งต่อ รพ.ศูนย์ขอนแก่น เด็กสาววัย 16 ปี อาการสาหัส ถึงขั้นพิการเดินไม่ได้ ส่วนเพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายมาเสียชีวิต

ขณะเกิดเหตุ ร.ต.ท.ชัย ได้หลบหนี รถพังเสียหายไม่สามารถขับต่อไปได้ เนื่องจากหม้อน้ำแตก ทำให้จอดทิ้งไว้ร้านอาหารกินข้าวทุ่ง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวซึ่ง ร.ต.ท.ชัย อยู่ในสภาพอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงได้นำตัวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ ที่โรงพยาบาลสีชมพู ผลการเป่าพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์จำนวน 209 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

นางอำภา กล่าวต่ออีกว่า ช่วงที่ลูกสาวได้รับบาดเจ็บ ร.ต.ท.ชัย ไม่เคยแวะมาเยี่ยมเลย แม้แต่ในงานฌาปนกิจศพของเพื่อนลูกสาวที่เสียชีวิต ผู้หมวดก็ไม่เคยเข้ามาดูเลย ต่อมาเมื่อวันเสาร์ (2 ก.ค.) และวันจันทร์ (4 ก.ค.) ที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยตกลงเรื่องค่าสินไหม และค่าทำขวัญ แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้

อีกทั้ง ร.ต.ท.ชัย ยังข่มขู่อีกว่า ลูกสาวตนเป็นคนขับรถจักรยานยนต์นั้นมีความผิดฐานประมาทร่วม ขับรถจะต้องคอยระวังรถที่จะออกจากซอย หรือทางแยกด้วย ถ้าอยากได้เงินค่าสินไหม และค่าทำขวัญ ก็จะต้องไปฟ้องที่ศาล เพราะตนเองขับรถชน อย่างมากก็ผิดเพียงวินัย ขอให้ยอมความจะดีกว่า สร้างความมึนงงและกังวลใจให้กับพวกตนเป็นอย่างมาก

สำหรับค่าสินไหม ทางพวกตนได้เรียกคือ ผู้เสียชีวิต 1,000,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บ 500,000 บาท คุยกันครั้งแรก ได้ลดลงมาเหลือ ผู้เสียชีวิต 750,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บ 300,000 บาท แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้

สิ่งที่พวกตนเข้าร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ คือ บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนลงว่า รถทั้งสองคันวิ่งสวนทางกัน จึงเกิดเหตุเฉี่ยวชนกัน ซึ่งขัดแย้งจากความเป็นจริง ที่มีพยานยืนยันว่า ร.ต.ท.ชัย ออกมาจากทางเข้าหมู่บ้านขมิ้น แล้วพุ่งขึ้นมาชนรถจักรยานยนต์ ส่อเจตนาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าข้างพวกเดียวกันเอง และหลังเกิดเหตุทำไม ร.ต.ท.ชัย ถึงแล้งน้ำใจ ในเมื่อขับรถชนแล้วไม่ยอมจอดรถลงมาดู ยังหลบหนีไปอีก ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ต่อมา นางอำภา พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เพื่อเข้าพบ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น โดยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ ผู้บังคับการฟัง พร้อมขอความเป็นธรรมให้ด้วย เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจในพื้นที่

หลังจากที่ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้รับทราบเรื่องขอความเป็นธรรมแล้ว รับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุด ในส่วนของการเรียกร้องค่าสินไหม และค่าทำขวัญ ก็ต้องตกลงกันไปตามความเหมาะสม

ส่วนเรื่องคดีอาญา ก็จะต้องว่าไปตามคดีความ ซึ่งจะได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ร.ต.ท.ชัย ด้วย พร้อมกันนั้นได้ส่งการให้ ผู้กำกับ พนักงานสอบสวน ร.ต.ท.ชัย ราชานนท์ เข้ามาพบในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นขอให้ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสบายใจได้

ด้าน นางอำภา กล่าวหลังจากพบกับ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น แล้วว่ารู้สึกโล่งอก และเกิดความสบายใจยิ่งขึ้น หลังจากที่มีความกังวลใจมาหลายวันคืบหน้าจะรายงานอีกครั้ง

ที่มา:sanook