คลื่นชีวิต! “บัว วันสิริ” 12 สิงหา วันเกิด วันแม่ วันแห่งการสูญเสีย

คลื่นชีวิต! "บัว วันสิริ" 12 สิงหา วันเกิด วันแม่ วันแห่งการสูญเสีย

            “ช่วงที่แม่บัวเริ่มทรุดแล้วไปอยู่ที่โรงพยาบาลก็ยังรับรู้และพูดได้ แต่สามวันก่อนที่จะเสียแม่ไม่รับรู้อะไรแล้ว วันที่แม่บัวไปเป็นวันแม่บัวก็ซื้อพวงมาลัยไปไหว้แม่ เปิดบทสวดมนต์ให้แม่ฟัง และก็บอกกับแม่ว่าถ้าแม่ไม่ไหวแม่ไม่ต้องฝืนทั้งทีใจข้างในลึกๆ ก็ไม่อยากจะพูดแต่ถ้ามันเป็นทางเดียวที่จะนำทางให้แม่ไปในที่ๆ ดีเราก็ทำ”

“บัว นลินทิพย์ สุกลอ่องอำไพ” หรือ “บัว วันสิริ” นักแสดงสาวจากละคร “คลื่นชีวิต” เล่าย้อนถึงเรื่องราวในวันที่สูญเสียคุณแม่ในวันเกิดตัวเองและวันแม่ 12 สิงหาคม 2557 เวลากว่าสองปีที่ผ่านไปสาวบัวเล่าให้  ฟังว่าชีวิตที่ไม่มีคุณแม่อยู่ด้วยมีทั้งความคิดถึงและเสียดายที่ยังอยากทำให้อะไรให้คุณแม่แต่ก็ไม่มีโอกาส แต่ไม่เคยคิดน้อยใจชีวิตเพราะเชื่อว่าคุณแม่เป็นคนดีก็ต้องได้ไปอยู่ในที่ที่มีความสุข

วันเกิด วันแม่ วันแห่งความสูญเสีย

บัวเสียคุณแม่ไปทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันมากจริงๆ คุณแม่ของบัวเขาจะเป็นคนที่ไม่สบายบ่อยสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง และช่วงนั้นเขาไม่สบายเขาก็คิดว่าเขาไม่สบายปกติก็กินยานอน และเริ่มรู้สึกว่าทำไมไม่สบายนานไม่หายซะที บัวก็เลยบอกแม่ว่าแม่ไปหาหมอเถอะ ก็ไปหาหลายครั้งแต่หมอก็ยังวินิจฉัยไม่เจอว่าเป็นอะไร จนสุดท้ายที่รู้คือหมอบอกว่าให้ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ พอตรวจก็รู้ว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่สามและพอเป็นที่ต่อมน้ำเหลืองมันก็แพร่กระจายไปเร็วมาก”

แม้จะทราบว่าคุณแม่ป่วยเป็นโรคมะเร็งก็ตาม แต่ด้วยความที่ตนเองเป็นคนมองโลกในแง่บวกในทุกๆ วันสาวบัวบอกว่าเธอยังมีความหวังว่าคุณแม่ของเธอจะหายเป็นปกติ แต่สุดท้ายความหวังเล็กๆ ของเธอก็พังทลายเมื่อคุณแม่หมดลมหายใจในวันเกิดและวันแม่ปีนั้น

“บัวพยายามคิดในแง่ที่ดีว่าเรายังมีความหวังแม่จะต้องสู้ และบัวเคยรู้ว่ามะเร็งมันหายกันได้ เราก็คิดว่าแม่ต้องหายแม่ต้องไม่เป็นอะไร มันเป็นความหวังที่บัวหวังอยู่เสมอ แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่แม่ไม่อยู่บัวยังคิดว่าเดี๋ยวแม่ก็ตื่น แต่วันเป็นวันแม่และก็เป็นวันเกิดของบัวด้วย ช่วงนั้นแม่เริ่มทรุดแล้วไปอยู่ที่โรงพยาบาลเขาก็ยังพอพูดได้พูดรู้เรื่อง”

“แต่ช่วงสามวันก่อนที่ท่านจะเสียจะไม่รับรู้อะไรแล้ว บัวซื้อพวงมาลัยไปไหว้แม่กับพี่ แต่ด้วยอาการที่ไม่ดีมีคนแนะนำว่าให้เปิดบทสวดมนต์ให้แม่ฟังบัวก็ทำ และก็บอกกับแม่ว่าถ้าแม่ไม่ไหวแม่ไม่ต้องฝืน ทั้งที่ใจข้างในลึกๆ ก็ไม่อยากจะพูดแต่ถ้ามันเป็นทางเดียวที่จะนำนางให้แม่ไปในที่ๆ ดี ถ้าแม่ต้องไปจริงๆ บัวทำหมดค่ะ”

นักแสดงสาวเล่าถึงเหตุการณ์วันที่สูญเสียคุณแม่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอทำให้ทีมข่าวรู้สึกได้ว่าแม้เวลาจะผ่านไปสองปีแล้ว ลึกๆ ในหัวใจของเธอนั้นกลับเต็มไปด้วยความคิดถึงคุณแม่อยู่ตลอดเวลา จากนั้นเธอจึงรวบรวมสติและเล่าต่อถึงวินาทีแห่งความเจ็บปวดต่อไปว่า

ตอนนั้นบัวก็มานั่งรออยู่ข้างนอกกับคุณพ่อและก็พี่ พยาบาลก็วิ่งมาบอกว่าแม่ไม่หายใจแล้ว เราก็วิ่งเข้าไปเห็นหมอกับพยาบาลกำลังขึ้นคร่อมจะปั๊มหัวใจแม่ เราก็บอกว่าไม่ต้องปั๊มเพราะตอนนั้นแม่ผอมมากแล้วไม่อยากให้ทรมาน เพราะแค่เจาะเข็มตามร่างกายมันก็เยอะมากเจ็บมากแล้ว ก็เลยให้ท่านไปสบายดีกว่า แต่พอแม่ไปจริงๆ มันก็ทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะทำอะไรต่อ”

“สมองมันว่างเปล่าไปหมดไป ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต้องบอกใคร ต้องอะไรยังไง แต่มันก็มีคำถามในใจลึกๆ วันเกิดหนูทำไมต้องเป็นวันตายของแม่ แต่บัวก็เลือกจะคิดในแง่มุมที่ดีแม่เขาคงอยู่รอเพื่อให้ถึงวันเกิดเราก่อนอยากอยู่ให้ถึงวันเกิดลูก และวันนี้ก็จะเป็นวันที่บัวจะจำแม่ไปตลอดชีวิตไปจนวันตายจะไม่มีวันลืม”

บทเรียนจากการสูญเสีย

“บัวได้รู้ว่าเราต้องดูแลตัวเองและทำให้บัวรักพ่อมากขึ้นและก็เป็นห่วงพ่อมากขึ้น ได้เรียนรู้แล้วว่าเรื่องของแม่มาก็เลยทำให้เราใส่ใจดูแลกันมากขึ้น คนที่ยังอยู่ก็ต้องดูแลใส่ใจกันมากขึ้นและก็รักกันมากขึ้นให้รู้สึกว่าเวลาที่เหลืออยู่ด้วยกันมันมีค่าที่สุดที่เราจะทำอะไรเพื่อเขาได้บ้าง เพราะเวลาคนเราอยู่ด้วยกันกับคนที่เรารักในทุกๆ วัน”

“มันจะไม่รู้สึกหรอกว่าเราจะสูญเสียเมื่อไหร่ ไม่ได้เห็นความสำคัญกัน แต่พอเราได้เจอการสูญเสียแล้วเราจะรู้สึกเลยว่ามันสำคัญมากๆ เรื่องเวลาเรื่องการดูแลการเอาใจใส่ การให้ความสำคัญกับพ่อแม่หรือคนที่รักหรือใครก็ตามมันสำคัญมาก ถ้ายังมีเวลาได้ใช้อยู่ร่วมกันก็อยากให้ดูแลใส่ใจกันมากๆ ค่ะ”

นอกจากความบทเรียนจากการสูญเสียคุณแม่แล้วนั้น “บัว วันสิริ” ยังเผยถึงความในใจที่แอบเสียดายอยู่ลึกๆ กับการทำความฝันของแม่ได้สำเร็จแต่แม่กลับไม่ได้อยู่เห็นฝันนั้น

“แม่บัวมีความฝันอยากได้บ้านและบัวก็พยายามที่จะทำงานเก็บเงินมาเพื่อที่จะซื้อบ้านให้พ่อกับแม่ และพอวันที่ได้บ้านมันจะนึกเสมอว่าแม่หนูซื้อบ้านได้แล้วนะแต่ทำไมแม่ไม่ได้อยู่ (สาวบัวเล่าไปพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกมา) มันเป็นความรู้สึกทุกครั้งที่คิดถึง ถ้าย้อนกลับไปได้บัวแค่รู้สึกว่าบัวอยากแข็งแรงเร็วขึ้นกว่านี้อยากจะทำให้แม่ได้มีความสุขก่อนที่แม่จะไม่ได้อยู่ อยากให้ท่านเห็นความสำเร็จ”

“เห็นบัวแข็งแรงเติบโตแล้วดูแลตัวเองได้ อยากให้แม่ได้อยู่บ้านหลังใหม่ที่ซื้อให้ก่อน อยากให้แม่อยู่เหมือนแม่คนอื่น อยากพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ อยากได้ทำอะไรเพื่อแม่บ้าง บัวไม่ได้รู้สึกน้อยใจที่แม่ไม่อยู่ แต่แค่เสียดายที่ไม่ยังไม่ได้ทำอะไรให้แม่กับสิ่งที่เราอยากทำหลายอย่างค่ะ”

การสูญเสียเยียวยาด้วยเวลา

“ตอนแรกๆ ที่แม่เสียบัวไม่ร้องไห้เลยจนวันที่ร้องไห้คือวันที่เผาแม่แล้วกลับบ้านร้องไห้แบบฟูมฟาย เพราะตอนที่งานศพยังไม่เสร็จตอนแม่อยู่ในโล่งก็ยังคิดว่าเดี๋ยวแม่ก็คงเคาะโลงแล้วแม่ก็ตื่นขึ้นมา มันเป็นความหวังที่เคยได้ยินคนบอกว่านอนอยู่แล้วฟื้นขึ้นมาก็ยังคิดว่าแม่จะฟื้น แต่พอทุกอย่างจบลงเผาแล้วไม่เหลืออะไรแล้วเป็นช่วงที่บัวร้องไห้ทุกวันมันทำอะไรไม่ถูกมันเวิ้งว้างไปไม่ถูก”

“ช่วงแรกที่แม่เสียก็รู้สึกว่ามันผ่านไปยากมากเพราะคิดถึงตลอดเวลา เวลากินข้าวกินอะไรที่แม่เคยชอบหรือแม่เคยทำให้มันก็จะรู้สึกว่ากินแบบน้ำตาตกคิดถึงแม่จัง แต่จริงๆ แล้วระยะเวลามันจะช่วยเยียวยาเองโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะว่าเราก็อยู่ดูแลคนที่ยังอยู่ อยู่ดูแลพ่อ ดูแลพี่ ตอนแรกเราก็คิดว่ามันยากมันจะผ่านไปไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วเราต้องคิดว่าเราต้องไปให้ได้และต้องดูแลคนที่ยังอยู่ให้ดีค่ะ”

เศร้าเสียใจแต่งานแสดงต้องไม่เสีย

“ตอนนี้ก็มีผลงานละครที่บัวถ่ายทำอยู่ 3 เรื่องเรื่องคือเรื่องเพลิงบุญก็ถ่ายไปเกือบจะใกล้ปิดกล้องแล้ว และก็เรื่องพ่อยุ่งลุงไม่ว่าง อีกเรื่องนึงกำลังจะเปิดกล้องเรื่องคุณแม่สวมรอยเล่นเป็นฝาแฝดค่ะ ซึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมาบัวก็มีละครเรื่อยๆ แต่คนอาจจะสงสัยบัวหายไปไหน จริงๆ แล้วก็ถ่ายละครอยู่เพราะอย่างคลื่นชีวิตก็ใช้เวลาถ่ายค่อนข้างนานกว่าปีครึ่ง และละครอีกเรื่องสุดร้ายสุดรักก็อยู่ในช่วงรอออนแอร์ก็ต้องรอว่าจะได้ออกอากาศตอนไหน ซึ่งบัวก็รู้สึกว่าการได้ทำงานต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ดีเพราะถือว่าผู้ใหญ่ได้ให้โอกาสบัวแล้วบัวก็ต้องแสดงเต็มที่ทำให้ดีที่สุดค่ะ”

ที่มา:sanook

เมย์ ขำๆ เจ ไม่ได้แต๋วแตก ตัวจริงมาดแมนแฮนด์ซั่ม!!

เมย์ ขำๆ เจ ไม่ได้แต๋วแตก ตัวจริงมาดแมนแฮนด์ซั่ม!!

             เรียกได้ว่าตอนนี้หัวใจกำลังเป็นสีชมพูแบบสุดๆ สำหรับนักแสดงสาว “เมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาอัพเดทความหวาน หลังเดินทางไปส่งหวานใจนักเตะ “เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์” เพื่อเตรียมตัวฟาดแข้งกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โดยเจ้าตัวเผยว่า

ตอนนี้ความสัมพันธ์ทุกอย่างราบรื่นดี ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องระยะทางเป็นอุปสรรคแต่ก็ยังสามารถติดต่อหากันผ่านทางโซเชียลฯ ได้ พร้อมยอมรับตอนแรกตนตั้งใจจะเดินทางไปเซอร์ไพรส์วันเกิดฝ่ายชาย แต่เนื่องจากทำวีซ่าไม่ทันจึงต้องล้มเลิกความคิดไปก่อน ส่วนของขวัญที่เตรียมไว้จะเป็นอะไรนั้นคงต้องขออนุญาตเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

ขณะที่กระแสชาวเน็ตพร้อมใจกันฮากับภาพของหนุ่มเจขณะใส่เสื้อสปอร์ตบราสีชมพูสกรีนคำว่า MAY นั้น เจ้าตัวก็ได้ออกปากแซวฝ่ายชายขำๆ เช่นกันว่า เหมือนกะเทยหัวโปก แต่ภาพที่เห็นเป็นเพราะปกติแล้วอีกฝ่ายเป็นคนขี้เล่น และไม่ได้สาวแตกอย่างที่หลายคนคิดแน่นอน…

วันนี้มาเดินแบบชุดเจ้าสาวได้เล็งชุดไหนไว้เป็นพิเศษบ้างไหม ?
“ไม่ได้เล็งอ่ะ แต่ชอบเดิน ชอบใส่ด้วย สนุกดีเพราะเรารู้สึกว่าชุดมันสวย และเอาจริงๆ เมย์เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนก็คงต้องมีความใฝ่ฝันเนอะที่อยากจะใส่ชุดแบบนี้ แต่เราอาจจะได้ใส่เยอะหน่อย โชคดี (ยิ้ม)”

ถ้าสมมุติเป็นงานแต่งของเรา เราอยากได้ชุดเจ้าสาวแนวไหน ?
“เมย์ชอบอะไรเยอะๆ ฟูๆ แต่ขอให้มันเดินง่ายๆ หน่อยก็ดีค่ะ”

ล่าสุดไปส่ง เจ ชนาธิป เป็นยังไงบ้าง ?
“ก็คิดถึงกันอยู่แล้วค่ะ แต่ก็เฟสไทม์เอา ซึ่งจริงๆ เราเองก็เฟสไทม์หากันไม่ค่อยได้ด้วยนะเพราะว่าสัญญานไม่ดี แต่ก็ใช้วิธีสไกป์แทน (ยิ้ม) แต่ก็ชินแล้วค่ะ เพราะเราเองก็เป็นแบบนี้กันมานานแล้ว และตัวเขาเองก็โอเคด้วย เราก็ให้กำลังใจกันค่ะ ให้เขาสู้ๆ”

ครั้งนี้เขาไปนานเลยไหม ?
“นานค่ะ 16 วัน”

เริ่มชินหรือยังที่ต้องห่างกันบ่อยๆ แบบนี้ ?
“ชินมากค่ะ แต่เมย์ก็โอเคนะ เมย์ก็หากิจกรรมอย่างอื่นทำไป เช่นเมย์ได้ตั๋วเครื่องบินมาเมย์ก็จะรีบไปตอนที่เขาไม่อยู่ เพราะพอเขากลับมาเราจะได้เจอกัน อันนี้เมย์ไม่ได้หนีเที่ยวนะ แต่แค่เมย์ไม่อยากไปตอนที่เขากลับมา เพราะอย่างที่บอกเราเจอกันน้อยอยู่แล้ว”

ครั้งนี้จะมีโอกาสบินไปให้กำลังใจเขาบ้างไหม ?
“ตอนแรกเมย์อยากไปมากเลยค่ะ ตั้งใจจะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดด้วยซ้ำ แต่ว่ามันทำวีซ่าไม่ทันเพราะมันต้องใช้เวลานาน บวกกับประเทศที่เขาไปมันก็น่าจะลำบากนิดหนึ่งกับการที่ผู้หญิงจะเข้าไปอะไรแบบนี้ ดังนั้นก็ไม่ไปดีกว่า เชียร์อยู่ที่นี่แหละ”

เสียดายไหมเพราะเราเองก็ตั้งใจว่าจะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดเขาด้วย ?
“ก็บอกเขาค่ะ เพราะมันช่วงนั่นสถานทูตปิดและการทำวีซ่าก็ต้องเลื่อนออกไปซึ่งมันก็ไม่ทัน แต่ก็ไม่เป็นไร เราคบกันนานอยู่แล้วค่ะ”

แล้วแบบนี้พอเขากลับไทยจะมีโอกาสไหมที่จะได้ฉลองกัน ?
“คงไม่จัดงานหรอก เพราะว่าวันเกิดเขาทุกปีเขาบอกว่าเขาแข่งตลอดเลย และตัวเขาเองก็ไม่ชอบจัดงานวันเกิดด้วย ดังนั้นก็อาจจะมากินข้าวธรรมดาปกติ”

ขออนุญาตถามถึงแผนเซอร์ไพรส์วันเกิดนิดหนึ่ง ตอนนั้นเราตั้งใจว่าจะทำอะไรให้เขาบ้าง ?
“ไม่ขนาดนั้นหรอก ก็แค่อยากไปค่ะ แต่อย่างที่บอกมันไปอยากและวีซ่าก็ทำไม่ทันแล้ว เมย์ก็เลยเปลี่ยนแผนไปเที่ยวเกาหลีกับเพื่อนแทน”

เราเตรียมของขวัญไว้ให้เขาหรือยัง ?
“ไม่บอก (ยิ้ม) ไว้เซอร์ไพรส์ตอนเขากลับมา”

ล่าสุดแคปชั่นของคุณพ่อเจ ที่หลายคนแซว เพราะเหมือนเขาบอกว่าจะดูแลเราเอง ?
“เขาน่ารักมาก เมย์ก็เลยรู้สึกสบายใจ (ยิ้ม) ทุกคนก็ยอมรับ ทั้งสองครอบครัวก็โอเค ไม่มีอะไรเป็นห่วงแล้วค่ะ”

เรียกว่าตอนนี้สบายใจขึ้นกว่าเดิมได้ไหม ?
“คือคนมันก็เขียนกันไปเอง เพราะคุณพ่อเขาก็ไม่เคยไม่ปลื้มนะ โอเคค่ะ”

เราเห็นแคปชั่นที่ว่านั่นแล้วหรือยัง ?
“คือพ่อกับลูกจะขี้เล่นเหมือนกันเลย เขาน่ารักค่ะ เมย์เองก็แฮปปี้”

แล้วกับเสื้อที่เจเขาใส่ล่ะ แฟนคลับฮือฮามาก ?
“อ๋อ เพื่อนเขาเจ้าของร้านอริ เขาทำเสื้อให้และฝากมาให้เมย์ คือเสื้อมี 2 ตัวค่ะ ตัวหนึ่งเขียนเจ อีกตัวหนึ่งเขียนว่าเมย์ และพอเจเขารับของมาเขาก็ทักแชทมาหาเมย์ประมาณว่ามีคนฝากของมาให้เดี๋ยวเขาจะใส่ให้ดู ตอนแรกก็งงๆ ค่ะว่าอะไร แต่พอแบบเขาใส่ออกมาก็แบบ เหมือนกะเทยหัวโปก (หัวเราะ) ขำค่ะ เขาชอบเล่นอะไรแบบนี้ และเมย์เองก็ชอบด้วย เพราะเมย์เองก็เป็นคนปัญญาอ่อนเหมือนกัน (หัวเราะ)”

เขาแต่งหน้าด้วยไหม ?
“จริงเหรอ เมย์ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน เดี๋ยวจะกลับไปดู (หัวเราะ) แต่ว่านั่นคือการแสดงนะคะ เดี๋ยวคืนนี้เมย์จะลงรูปเท่ห์ๆ กลบ”

รู้สึกยังไงบ้างที่คนแซวว่าเขาแต๋วแตก ?
“ไม่หรอก เขาแมนค่ะ ตัวจริงมาดแมนแฮนด์ซั่ม”

ความรักตอนนี้เรียกว่ามีความสุขดีมาก ?
“มีความสุขมาก มีแฟนแล้วรักแฟนมาก (ยิ้ม)”

เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป

เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป+เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป

เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป

เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป

เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป

เมย์ พิชญ์นาฏ เจ ชนาธิป

ที่มา:sanook

รวมดราม่า ที่มาของฉายา “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด”

รวมดราม่า ที่มาของฉายา “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด”

     ในปี 2016 นี้ถือว่าเป็นปีทองของดาราหลายๆ คนเลย และถ้าถามถึงดารานักแสดงสาวที่โดดเด่นในปีนี้  เชื่อว่าต้องมีชื่อของนางเอกพันล้านใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่ แน่นอน เพราะทั้งผลงานและกระแสวิพากษ์เกี่ยวกับเธอดูเหมือนจะร้อนแรงฮอตฉ่าไปเสียหมด จนได้ฉายาแบบไม่ได้ตั้งใจว่า “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด” ส่วนเรื่องราวดราม่าที่มาของฉายานี้จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น จะพาไปย้อนรอยกัน

เริ่มต้นด้วยกระแสดราม่าแรกที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเลยก็ว่าได้ กับการออกมาแถลงข่าวจบสัญญากับช่อง 7ของสาวใหม่ และการโพสต์ข้อความขอบคุณค่ายหนังอารมณ์ดีอย่าง GTH ที่สร้างชื่อให้เธอเป็นนางเอกพันล้าน พร้อมๆ กับกระแสการไม่ไปร่วมงานครบรอบ 49 ปีของช่อง 7 จึงทำให้ถูกพิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาถึงเรื่องของความเหมาะสมและความกตัญญูของเธอ

ผ่านไปไม่นานก็มีเรื่องต่อมาซึ่งโดนกระแสหนักไม่แพ้กัน กับการที่ดีไซเนอร์ไทยต่างออกมาโพสรูปสตรอว์เบอร์รี่ จนคนโยงไปถึงตัวเธอที่ใส่ชุดแบรนด์ดังแล้วลืมใส่เครดิตให้นั่นเอง เรื่องราวบานปลายจน IG นั้นลุกเป็นไฟ แต่สุดท้ายสาวใหม่ก็ออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับเรื่องนี้

ต่อเนื่องจากเรื่องห้องเสื้อก็ตามมาติดๆ กับการโดนนำไปเปรียบเทียบเรื่องแฟชั่นเมืองคานส์กับดารารุ่นพี่อย่าง ชมพู่ อารยา ที่ทั้งคู่ต่างก็เดินทางไปเมืองคานส์เพื่อบทบาทที่ต่างกัน แต่ก็ไม่วายโดนนำมาเปรียบเทียบอยู่ดี

สำหรับเรื่องโดนเปรียบเทียบกับชมพู่ ก็มีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ จนดูจะเป็นกระแสทุกทีที่ทั้งสองออกมาเคลื่อนไหวทำอะไรก็ตาม เพราะล่าสุดขนาดแค่ลงปกหนังสือคนละหัวก็ยังถูกโยงเข้ามาเป็นดราม่าอีกจนได้

และนี่ก็เป็นเรื่องราวทั้งหมดของฉายา “เกิดเป็นใหม่หายใจก็ผิด” ก็น่าเห็นใจสาวใหม่จริงๆ กับเรื่องราวดราม่าที่ต้องเจอในปีนี้ ซึ่งยังเหลืออีก 3 เดือนเลยทีเดียวนะถึงจะสิ้นปี

ดราม่าทั้งหมดที่เข้ามาก็มีทั้งเรื่องหนักและเบาคละเคล้ากันไป แต่ด้วยมุมมองและทัศนคติในแง่บวกของสาวใหม่ ก็ทำให้เธอสามารถข้ามผ่านดราม่าต่างๆ มาได้อย่างสง่างาม ซึ่งเธอก็เคยให้สัมภาษณ์ ถึงมุมมองเรื่องดราม่าของวันเองว่า “ถ้ามองในอีกแง่ที่ทำอะไรแล้วก็เป็นข่าวก็เพราะมีคนจับตามอง การคิดแบบนี้จะทำให้ตัวเองมีความสุข”

ที่มา:sanook

เนม รัก คิทตี้ แฮปปี้เวอร์ รอภาพคู่สวยเดี๋ยวลงให้ดู

เนม รัก คิทตี้ แฮปปี้เวอร์ รอภาพคู่สวยเดี๋ยวลงให้ดู

              หลังจากออกมายอมรับว่ากำลังเปิดใจเพื่อศึกษานิสัยกันอยู่ สำหรับนักร้องหนุ่ม “เนม เก็ทสึโนวา” กับนักแสดงสาว “คิทตี้ ชิชา” นับวันก็ดูความหวานจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น เพราะล่าสุดทั้งคู่ได้ควงกันไปเทศกาลงานดนตรีที่ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งฝ่ายหญิงยังแอบหิ้วช่อดอกไม้ไปเซอร์ไพรส์ในงานคอนเสิร์ตอีกด้วย

ซึ่งงานนี้หนุ่ม เนม เก็ทสึโนวา ได้เผยให้ฟังว่า รักแฮปปี้ดีแต่อยากให้ความรักค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ส่วนที่ไม่ลงรูปคู่นั้นเพราะยังหาภาพสวยๆ ไม่ได้ แต่หากมีไม่พลาดที่นำมาอวดแน่นอน

ตั้งแต่ได้ลงเล่นซีรี่ส์เรื่องแรก มีงานการแสดงติดต่อมาอีกไหม?
“ไม่มีเลยครับ (หัวเราะ) คือจริงๆ ก็มีบ้าง แต่ต้องดูเวลา ตอนนี้อยากให้เรื่องร้องเพลงเป็นหลัก ส่วนเรื่องการแาดงถ้ามีบทไหนที่เข้ากับทิศทางที่เนมอยากจะเป็นในฐานะการแสดงก็จะพิจารณา แต่ถ้าเป็นบทอะไรที่เราคิดว่ายังไม่ใช่ก็ยังไม่อยากรับ เพราะเราอยากจะเก็บภาพลักษณ์ของเราไปในทิศทางหนึ่ง เราไม่ได้เป็นพระเอก คือถ้าให้เลือกได้ระหว่างพระเอกกับผู้ร้าย ก็เลือกผู้ร้ายไว้ก่อนเลยครับ มันยังคือตัวเรามากกว่า”

พอได้ลองเล่นละครแล้วรู้สึกว่ามันคือตัวเราไหม?
“โอเคครับ บทที่เล่นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ไกลเกินตัวจริง แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นจริงๆ แล้วครับ ก็สนุกดี ไม่ได้เครียดอะไรมาก”

ร่วมงานกับติช่าเป็นอย่างไรบ้าง?
“สนุกดี ติช่ามีเป็นคนที่มีพลังงานทั้งวันทั้งคืน ไม่มีคำว่าเหนื่อย มีความกระตือรือร้นตลอดเวลา อยู่ด้วยแล้วมีความสุขครับ เขาทำให้เราหายเหนื่อย คอยบิ้วพลังให้กับเรา”

ความรักตอนนี้แฮปปี้ดีใช่ไหม?
“ดีครับ เรียกว่าสบายๆ ไม่อึดอัดอะไร เราก็ลงรูปกันปกติ แฮปปี้ดีครับ”

เห็นน้องแอบไปเชียร์เราเล่นคอนเสิร์ตด้วย?
“ครับ น้องแอบเอาดอกไม้มาให้ เซอร์ไพรส์มากเพราะตอนแรกน้องเขาบอกมาไม่ได้”

เพิ่งไปเทศกาลดนตรีที่ญี่ปุ่นด้วยกันมาด้วย?
“ใช่ ไปทั้งวงเลย ทั้งวงก็พาสาวๆ ไป ไม่อยากเหงาไง (หัวเราะ) จริงๆ คือเราไปเล่นดนตรี ไปทำงานด้วยครับ ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างเดียว พอพาสาวๆ ไปก็จะมีคนคอยช่วยถ่ายรูปให้ คอยช่วยประสานงานให้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราไปเล่นที่ต่างประเทศโดยไม่มีทีมงานไปด้วย เราอยากจะไปกันเอง พวกเขาก็เลยเป็นผู้ช่วยจำเป็นคอยถ่ายนู้นถ่ายนี่ คอยประสานงานให้”

เป็นการเจอกันครั้งแรกของสาวๆ ในวงไหม?
“ไม่ครับ เราเคยเจอกันบ้าง บางทีพวกเขาเม้าท์เราเยอะกว่าเราเม้าท์เขาอีกครับ (หัวเราะ)”

หลังจากนี้จะมีนัดรวมแก๊งไปเที่ยวอีกไหม?
“ไม่เอาแล้วครับ (หัวเราะ) เหนื่อย คือกว่าจะรวมตัวกันได้แบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเรามีงานจริงๆ น่าจะเป็นเรื่องที่ยากครับ ครัวนี้ถือว่ารวบงานและได้ไปเที่ยวด้วยนิดหน่อย”

ต่างคนต่างงานยุ่ง มีโอกาสได้เจอกันบ้างหรือเปล่า?
“น้องกำลังจะถ่ายละคร เขาก็กำลังเข้าสู่ช่วงยุ่งของเขาช่วงนี้ ส่วนเนมก็มีเรื่องทัวร์คอนเสิร์ตและเริ่มจะทำอัลบั้มสองแล้ว แต่ก็ยังได้เจอกัน ให้กำลังใจกัน”

เห็นซื้อตุ๊กตาโปรเกม่อนให้น้องด้วย?
“ซื้อให้หลายคน เพราะมันเป็นช่วงโปเกม่อนฟีเวอร์ เพื่อนๆ เห็นเราไปญี่ปุ่นมาก็ฝากซื้อ น้องก็ชอบครับ ชอบจับโปเกม่อน”

หลายคนสงสัยไม่ค่อยเห็นลงรูปคู่กันเลย?
“เดี๋ยวก่อนสิครับ มันไม่ได้มีเหตุผลว่าทำไมต้องลงรูปคู่ หรือไม่ลงรูปคู่ ก็ลงรูปให้เห็นกันเยอะแล้วนะ เดี๋ยวถ้ามีรูปสวยๆ จะลง”

เนม เก็ทสึโนวา

เนม เก็ทสึโนวา

เนม เก็ทสึโนวา

เนม เก็ทสึโนวา

เนม เก็ทสึโนวา

เนม เก็ทสึโนวา

ที่มา:sanook

อินดี้ ประกาศชัด! วาววา โสดแล้วอยากจีบ

อินดี้ ประกาศชัด! วาววา โสดแล้วอยากจีบ

            ออกมายอมรับว่าได้ยุติความสัมพันธ์กับหวานใจหนุ่มนอกวงการไปแล้ว สำหรับนักแสดงสาว “วาววา ณิชารีย์” ซึ่งงานนี้หลายคนก็อดคิดไม่ได้ว่า หรือเพราะหนุ่ม “อินดี้ อินทัช” จะเข้ามาแทรกกลางทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ของฝ่ายหญิงต้องจบลง เพราะจากท่าทีที่ดูสนิทสนมกันทั้งสองฝ่ายมากเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน

ล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอ อินดี้ อินทัช จึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงเรื่องราวทั้งหมด โดยเจ้าตัวได้เผยว่า ทราบบ้างแล้วที่วาววาเลิกกับแฟนแต่ไม่รู้รายละเอียด รับรู้สึกดีกับอีกฝ่ายเกินกว่าคำว่าเพื่อน แต่ให้เวลาพิสูจน์ไม่อยากรีบกดดัน พร้อมประกาศอยากเดินหน้าจีบเพราะแอบหวั่นวาววามีคนจีบเยอะ

ถามถึงความสัมพันธ์กับวาววาสรุปแล้วคืออะไร?
“ก็คุยกันครับ แต่ไม่ได้การันตีหรือมั่นใจว่าจะจีบเขาเป็นแฟน เพราะเราเล่นละครด้วยกัน เจอกันบ่อยมากจริงๆ อาทิตย์นึงเต็มๆ ผมจะเจอเขาถึง 5-6 วันเลย”

แต่ภาพที่ลงไอจีดูหวานมาก?
“ใช่ ผมกับวาจะเหมือนกันตรงที่ถ้าเบื่อๆ จะไม่มานั่งฟังเพลงหรือหลับตามปกติ ผมจะเรียกเขามาถ่ายรูปหรือมาอัดคลิปวิดีโอ เขาชอบอะไรที่เป็นแนวๆ แบบนี้”

ส่วนมากเขาจะลงรูปแล้วแท็กหาเรา มีรูปจับมือด้วย?
“ใช่ ผมเป็นคนบอกเขาเองว่าถ่ายแบบนี้กันไหม บางทีเขานอนอยู่ผมก็ไปตามเขามาบอกวิวสวยนะ แดดกำลังดี”

เรียกว่าจีบแบบเนียนๆ หรือเปล่า?
“ผมไม่ได้บอกตัวเองว่าเราจีบนะ และผมก็ไม่ได้บอกวาว่าจีบกันอยู่นะ คุยกันอยู่ ผมก็คุยไปเรื่อยๆ”

ล่าสุดวาววาให้สัมภาษณ์ว่าโสด ไม่มีใครแล้ว?
“อ๋อ ครับ เรื่องนี้รู้ครับ แต่ด้วยความที่เขามีงานเยอะพอสมควร ผมเลยไม่อยากไปกดดันเขาเรื่องนี้ด้วย”

ที่เขาเลิกกับแฟนสาเหตุเพราะมีข่าวกับเราด้วยหรือเปล่า?
“อันนี้ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมไม่ทราบว่าเขาเลิกกับแฟนเพราะอะไร เขาก็ไม่ได้มาเล่าให้ผมฟังนะ ผมก็รู้จากพวกพี่ๆ นั้นแหละ”

หลายคนมองว่าเพราะเราดูสวีทกับวาววาเกินคำว่าเพื่อน เลยทำให้คู่เขาต้องจบความสัมพันธ์ลง?
“ผมกับวาเราก็มีขีดจำกัดนะครับ ด้วนความที่เราทำงานด้วยกัน ผมก็ไม่ได้ไปรับไปส่งเขาตลอดเวลา คือบางทีเราก็ไปส่งเขาที่ห้าง และมีคนที่ดูแลคิวเขามารับต่อ ซึ่งผมไม่ได้บอกจะไปส่งที่บ้านนะ”

กลัวจะถูกมองว่าเป็นมือที่สามไหม?
“ก็มีส่วนที่จะทำให้คนมองครับ แต่ผมก็บอกก่อนว่าผมไม่ได้ไปกดดันเขา หรือไม่ได้ไปบอกเขาว่าเราจีบนะ”

ตอนนี้ยังไม่ได้เรียกว่าแฟนใช่ไหม?
“ใช่ครับ ยังไม่เรียกว่าแฟน คือคุยกัน”

เรารู้หรือเปล่าก่อนหน้านี้วาววามีแฟนอยู่แล้ว?
“รู้ครับ แต่อย่างที่บอกเราก็มีจำกัด มีพื้นที่ของเรา บางทีเราไปทานข้าวก็ส่งเขาแค่นั้น ก็มีคนมารับต่อ เราไม่ได้อาสาไปส่งบ้าน และก็ไม่เคยนัดกันกลางดึกเลยครับ ดึกสุดก็สองทุ่ม จะไปแฮงค์เอ้าท์กันบ้างหลังจากที่ถ่ายละครเสร็จ”

ความรู้สึกเรากับวาววาเรียกว่าอะไรดี?
“ผมรู้สึกดีนะ รู้สึกดีมากๆ เวลาได้ทำงานกับเขา เพราะมันไม่มีปัญหาอะไรเลยกับการทำงาน”

นอกเหนือจากการทำงานเรารู้สึกพิเศษอะไรกับเขาไหม?
“รู้สึกพิเศษครับ ผมก็บอกเขาเหมือนกันว่าไม่ต้องซีเรียสเรื่องพื้นที่ในโทรศัพท์ผมเลยที่มีแต่รูปเขา เพราะบางทีเขาก็หยิบโทรศัพท์ผมไปถ่ายบ้าง”

ทำไมไม่เดินหน้าจีบเขาจริงจังไปเลย เพราะตอนนี้เขาก็โสดแล้ว?
“อย่างที่ผมบอกผมไม่อยากกดดันเขา บางทีเขาอาจจะมีโมเม้นต์อยากอยู่คนเดียวบ้าง แต่เราไม่ได้ไปถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ผมจะปล่อยให้เขาเล่าเองครับ”

เรียกว่าชอบวาววาได้หรือเปล่า?
“รู้สึกดีครับ ผมรู้สึกดีที่อยู่กับเขา คุยกับเขา”

ความรู้สึกที่ให้ไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดาใช่ไหม?
“ใช่ เพราะผมคุยเรื่องส่วนตัวกับเขาบ่อย”

แสดงว่าเขายังไม่พร้อมที่จะมีแฟนใช่ไหม?
“ผมไม่ทราบว่าเขาพร้อมหรือไม่พร้อม แต่ผมไม่ได้ไปบอกเขาว่าเราจะจีบนะ เราก็อยู่ของเราแบบนี้”

ใจจริงเราอยากจีบเขาไหม?
“ผมบอกเลยว่ารู้สึกดีอ่ะ ถ้าถามว่าอยากจีบไหม อยากครับ(หัวเราะ) แต่เราไม่อยากกดดันเขา ด้วยอะไรที่มันดูเร็วไป แต่ถ้าเขาโอเคผมก็พร้อมเลย เพราะผมโอเคอยู่แล้ว ผมว่าเขารู้นะว่าผมรู้สึกพิเศษกับเขา แต่เขาไม่พูดอ่ะ ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปยืนยันกับตัวเขาว่ารู้สึกดีนะ เราก็ปล่อยให้มันเป็นไปเรื่อยๆ ดีกว่า เขาจะรู้ได้ด้วยการกระทำของผมเอง”

คุณแม่เราว่าอย่างไรบ้างกับเรื่องนี้?
“แม่โอเคครับ คือวานิสัยสไตล์แม่อยู่แล้ว แต่ถ้าถามว่าไฟเขียวเลยไหม ต้องไปถามแม่ดูอีกทีครับ(หัวเราะ)”

เห็นคุณแม่เรียกวาววาว่าลูกสาวด้วย?
“ใช่ครับ เรียกเป็นลูกสาวแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ไปบอกแม่ว่าอะไรยังไง เราก็ไม่กล้าไปถามเขาเหมือนกัน ผมว่าลึกๆ แล้วแม่น่าจะรู้นะ ผมจะบอกแม่ตลอดว่าไปไหนกับใคร”

การลงรูปวาววาบ่อยๆ ในไอจี ถือเป็นการทำคะแนนล่วงหน้าหรือเปล่า?
“เราไม่ได้คิดถึงขั้นว่าจะทำคะแนน คืออย่างที่บอกเขาเป็นคนชอบถ่ายรูปมากจริงๆ ซึ่งเราก็ถ่ายประจำ เขาก็บอกให้ถ่ายวาคนเดียวนะ อย่าไปถ่ายคนอื่น เขาไม่ถึงกับกั๊กนะ ไม่เคยพูดด้วยว่าห้ามไปคุยกับใคร”

ดูเขาท่าทางจะมีใจให้เราบ้างไหม?
“ไม่กล้าพูดอ่ะ กลัวเข้าข้างตัวเองมากเลย(หัวเราะ) คือเขาจะพัฒนาระดับขึ้นมาเรื่อยๆ มากกว่า จากแรกๆ ที่เราร่วมงานด้วยกันก็ไม่ได้คุย”

เคยถามเขาบ้างหรือเปล่าทำไมชอบใช้มือถือเราถ่ายรูป?
“เขาใช้ไอโฟนรุ่นเก่าอยู่ คือแบตหมดเร็วมาก และผมจะเป็นคนไม่พกพาวเวอร์แบงค์เลย จะมีแค่ปลั๊กอย่างเดียว ผมก็ส่งรูปให้เขาทุกวัน เจอกันเกือบทุกวันเพราะต้องเจอตอนถ่ายละคร ส่วนคุยโทรศัพท์ไม่ได้คุยกันทุกคืนครับ”

กลัวไหมถ้าเราไม่เดินหน้าจีบจริงจัง จะมีคนมาตัดหน้า?
“อันนั้นผมก็ยังตระหนักอยู่เหมือนกันครับ แต่ยังไม่อยากไปกดดันเขา”

เคยบอกชอบเขาหรือยัง?
“เคยบอกว่ารู้สึกดีครับ ผมจะใช้แต่คำว่ารู้สึกดี ไม่ได้ใช้คำว่าชอบนะ เขาฟังแล้วก็ยิ้มๆ ครับ เขาจะไม่ค่อยพูดออกมา ต้องสังเกตท่าทางเขา”

เจอหน้าอาจไม่ค่อยกล้าบอก อยากบอกผ่านสื่อเลยไหม?
“ผมว่าเขาน่าจะรู้อยู่แล้ว ไม่น่าจะบอกนะ”

วันเกิดเขาที่ผ่านมา ได้เซอร์ไพรส์อะไรไหม?
“ผมเอาดอกไม้ไปเซอร์ไพรส์ครับ คือวันนั้นเป็นวันที่ไม่มีคิวผม ผมก็บอกเขาว่าไม่สบายไปไม่ได้ เขาก็ตกใจ”

เรายอมเป็นหนึ่งในตัวเลือกเลยหรือเปล่า เพราะวาววาก็มีหนุ่มจีบเยอะ?
“หนุ่มจีบเยอะไหมผมก็ไม่ทราบ แต่ผมก็เป็นแบบนี้ รู้สึกดีแบบนี้”

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

อินดี้ อินทัช

ที่มา:sanook

ดราม่า! ทราย อินทิรา เป็นโรคซึมเศร้า “ทำไมยังตลกบนเวทีได้”

ดราม่า! ทราย อินทิรา เป็นโรคซึมเศร้า "ทำไมยังตลกบนเวทีได้"

               กลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่นักแสดงสาว ทราย อินทิรา เจริญปุระ เคยออกมาบอกว่า ตนเองและแม่ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วยกันทั้งคู่ และได้มีคนเข้ามาถามเจ้าตัวว่า “เห็นพี่เป็นซึมเศร้า ทำไมอยู่บนเวทีตลกได้อะ”  “ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้ชี้แจงไว้ในเฟซบุ๊ก Inthira Itr Charoenpura โดยมีใจความว่า”

“เมื่อกี้มีคนถามว่า “เห็นพี่เป็นซึมเศร้า ทำไมอยู่บนเวทีตลกได้อะ” เออ ด้วยชื่อมันนี่เนอะ พอระบุว่าซึมเศร้าซะแล้ว ถ้าคนไม่คาดหวังว่าตอนหายต้องเบิกบานมากๆ ก็ต้องคิดว่าป่วยแล้วต้องขรึมไรงี้ จริงๆเรากินยาเพื่อเป็นคนเดิมนะ ไม่ได้กินยาเพื่อเป็นคนอื่น พื้นเดิมเป็นยังไง ยามันจะค่อยๆเรียกเราคนนั้นกลับมา อาจมีตะกุกตะกักบ้าง ไม่ราบรื่นบ้าง แต่เราจะทำความตกลงกับยาและตัวเองได้ในจุดนึงจริงๆนะ ตอนแรกที่กินยาก็แบบ–กูไม่เชื่ออะ ว่ามันจะดีขึ้น แต่พอมันโอเค มันก็โอเค เรียบง่ายแบบนั้นเลย”

ที่มา:sanook

12 ลุคขาสั้นมั่นได้ใจ สไตล์ วุ้นเส้น วิริฒิพา สวยเป๊ะตั้งแต่หัวจรดเท้า

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

 
วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ นักแสดงสาวเจ้าบทบาทมากความสามารถ ที่นอกจากจะสวยรวยเสน่ห์แล้ว รูปร่างเธอก็ยังเป๊ะสุด ๆ อีกด้วย ทำให้สาว ๆ ที่ชอบใส่กางเกงขาสั้นยกให้เธอเป็นไอดอลกันเลยทีเดียว

หากพูดถึงดาราสาวที่ชอบแต่งตัวแซ่บ ๆ ด้วยกางเกงขาสั้น ชื่อของ วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ คงเป็นหนึ่งในดาราอันดับต้น ๆ ที่หลายคนจะนึกถึง วันนี้กระปุกดอทคอมขอรวบรวมแฟชั่นกางเกงขาสั้นเก๋ ๆ ของสาววุ้นเส้นมาฝากเพื่อน ๆ ให้ได้ชมกันถึง 12 ลุค 12 สไตล์ บอกได้เลยว่าสวยจริงอะไรจริง แถมยังเป๊ะมาก ๆ อีกด้วยค่ะ

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

วุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์

ที่มา:kapook