พ่อสิ้นหวัง นั่งคุกเข่าถือท่อนไม้ข้างถนน ให้คนหยิบฟาดแลกเงินรักษาลูก

  ชายชาวจีนจนปัญญา นั่งคุกเข่าถือท่อนไม้ข้างถนน ให้คนเดินผ่านหยิบฟาด แลกกับเงินบริจาคครั้งละ 50 บาท เพื่อนำไปรักษาลูกป่วยหนักที่กำลังจะตาบอด  เผยภาพพร้อมเรื่องราวสุดสะเทือนใจที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า มีชายรายหนึ่งสวมเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว ได้ออกมานั่งคุกเข่าท่ามกลางอากาศหนาว อยู่ที่ริมทางเท้าข้างถนนในเมืองปักกิ่ง โดยในถือไม้ 1 ท่อน พร้อมกับป้ายข้อความที่ระบุว่า ให้ช่วยหยิบไม้ท่อนนี้ฟาดตีลงไปที่ตัวเขา โดยคิดเงินครั้งละ 10 หยวน หรือราว 50 บาท เพื่อจะนำไปรักษาลูกชายวัย 1 ขวบที่ขณะนี้ป่วยหนักจนใกล้จะตาบอดเต็มที

ภาพชุดดังกล่าวนี้ถูกถ่ายขึ้นเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา โดยคุณพ่อสุดสิ้นหวังรายนี้มีชื่อว่า ฟาน ฟู้กุ่ย มาจากเขตเขตฉงชิ่ง ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งฟาน หยู่หาง ลูกชายของเขาเกิดมาพร้อมกับโรคร้ายที่เกี่ยวกับดวงตา จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากกว่า 100,000 หยวน (ราว 515,000 บาท) ในการผ่าตัดรักษา แต่เขาจนปัญญาที่จะหาเงินได้มากขนาดนี้ได้ จึงต้องมานั่งขอความช่วยเหลือเช่นนี้ ซึ่งหากคิดตามวิธีดังกล่าว เขาจะต้องถูกตีทั้งหมดถึง 10,000 ครั้ง กว่าจะได้เงินครบตามจำนวนที่ต้องการ

นายฟานได้วอนขอให้ผู้ที่มีจิตใจเมตตาช่วยสงเคราะห์ตนและลูกชาย โดยได้เขียนเลขบัญชีและเบอร์โทรศัพท์ไว้ที่ป้ายด้วย ทั้งนี้มีผู้ที่เดินผ่านไป-มาในบริเวณดังกล่าวรู้สึกสงสารและเห็นใจ ร่วมกันช่วยหยิบยื่นเงินบริจาคให้ แต่ทั้งนี้ไม่มีใครหยิบไม้ตีเขาแต่อย่างใด

นายฟานได้เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่น ระบุว่า “คุณคิดว่าผมสนุกกับการต้องนั่งคุกเข่าข้างถนนเหรอ ? ผมก็อยากมีชีวิตเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป แต่ทำไม่ได้ เพราะผมและภรรยาต้องหาเงินมารักษาลูกชาย และถึงอย่างไรก็จะไม่ยอมแพ้ ผมไม่อยากให้ลูกตาบอด เมื่อโตขึ้นผมอยากให้เขาสามารถดูแลตัวเองได้”

โดยหลังจากภาพและเรื่องราวของนายฟานถูกนำไปเสนอในสื่อของจีน ก็มีผู้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือไปแล้วกว่า 50,000 หยวน (ราว 257,000 บาท) ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า เพียงพอสำหรับการพาลูกชายไปตรวจที่โรงพยาบาลแล้ว พร้อมกันนี้เขายังได้เผยว่า จะพยายามหาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ เพื่อหาเงินมาช่วยรักษาลูกชาย

อย่างไรก็ดี เนื่องจาก เด็กชายฟาน หยู่หาง มีอาการซับซ้อนจากโรคหลายชนิดด้วยกัน อันได้แก่ ขั้วประสาทตาซีดฝ่อ โรคไร้ม่านตา และต้อหินที่พบตั้งแต่เกิด ทางแพทย์จึงไม่สามารถรับรองได้ว่า หลังจากเข้ารับการรักษาแล้ว ดวงตาของเขาจะสามารถมองเห็นได้เป็นปกติร้อยเปอร์เซนต์

ที่มา:kapook

เห็นใจ! คนงานเก็บขยะกอดไม้กวาดกับบุ้งกี๋ ยืนหลับกลางฝนแทรกหิมะ

เห็นใจ! คนงานเก็บขยะกอดไม้กวาดกับบุ้งกี๋ ยืนหลับกลางฝนแทรกหิมะ

        ประเทศจีนรายงานว่า เช้าวานนี้ (26 ธ.ค.) ที่เมืองจี๋หนาน เมืองหลวงของมณฑลซานตง คนงานสุขาภิบาลคนหนึ่งยืนหลับอยู่ริมถนนท่ามกลางเกล็ดหิมะและเม็ดฝนที่ตกโปรยปรายลงมาเบาๆ ทั้งยังกอดไม้กวาดกับบุ้งกี๋ไว้แน่นอีกด้วย โดยพยากรณ์อากาศบอกว่า ตั้งแต่คืนวันที่ 25-26 สภาพอากาศเมืองจี๋หนานจะมีฝนแทรกหิมะ (雨夹雪) ที่ตกลงมา หรือหิมะที่ละลายแล้วแข็งอีกรอบบนอากาศก่อนจะตกลงมา ซึ่งหิมะนี้จะเป็นหิมะสุดท้ายของปี 2016 ทั้งนี้ ภาพดังกล่าวทำให้มีผู้คนและชาวเน็ตออกมาบอกว่า โปรดช่วยกันอย่าทิ้งขยะกันเลย อย่าพากันสร้างความลำบากให้คนงานเก็บขยะ คนงานสุขาภิบาลเหล่านี้เลย เนื่องจากไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศเช่นนี้

ที่มา:sanook

หนุ่มแย่งซีนหิมะตก หลังลงเครื่องบินด้วยชุดสุดชิลล์จนกลายเป็นจุดสนใจชั่วพริบตา

หนุ่มแย่งซีนหิมะตก หลังลงเครื่องบินด้วยชุดสุดชิลล์จนกลายเป็นจุดสนใจชั่วพริบตา

         เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า ที่เมืองหางโจว เมืองเอกของมณฑลเจ้อเจียง สัมผัสกับหิมะแรกของฤดูหนาวแล้ว แต่ชายหนุ่มคนหนึ่งกลับแย่งกระแสนี้ไป เมื่อมีชาวเน็ตเผยว่า วานนี้ (23 พ.ย.) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซียวซาน นครหางโจว หลังจากชายหนุ่มคนนี้ลงจากเครื่องบินก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั้งสนามบินทันที เพราะเขาเพิ่งบินกลับจากเมืองซานย่า เมืองตอนใต้สุดของมณฑลไหหลำ บนร่างสูงจึงมีเพียงแค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น

โดยเช้าวานนี้ (23 พ.ย.) เวลา 09:00 น. สถานีอุตุนิยมวิทยาเมืองหางโจวได้ประกาศเตือนภัยหนาวเป็นระดับสีฟ้า เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัดทางตอนเหนือ โดยมณฑลเจ้อเจียงมีอุณหภูมิลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของมณฑลจะมีอุณหภูมิ 1-3 องศา และมีน้ำค้างแข็ง พื้นที่เขตภูเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิ 0 ถึง -2 องศา บางจุดมีน้ำแข็งแผ่นบางๆ พื้นที่ทางตอนใต้และชายฝั่งทะเล 5-7 องศา และพื้นที่อื่นๆ 2-4 องศา

แต่นี่แทบไม่ใช่ประเด็น ที่เป็นประเด็นคือชายหนุ่มคนดังกล่าวที่เพิ่งลงมาจากเครื่องบินพร้อมชุดสุดชิลล์ต่างหาก จนกลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์ ทำให้มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นกันมากมาย: “พี่ชาย คุณหนาวไหม?”

ที่มา:sanook

พนักงานตะลึง สามีภรรยาหอบเงินสดใส่ถุงกระสอบไปซื้อบ้าน

พนักงานตะลึง สามีภรรยาหอบเงินสดใส่ถุงกระสอบไปซื้อบ้าน

              สามีภรรยาจีนหอบเงินนับแสนใส่ถุงกระสอบไปซื้อบ้าน หวังได้อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิต สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า วานนี้ (12 ก.ย.) ที่เมืองหนานหยาง มณฑลเหอหนาน สองสามีภรรยาชาวจีนคู่หนึ่ง แบกถุงกระสอบใส่เงินไปซื้อบ้านของโครงการแห่งหนึ่งในเมืองหนานหยาง

เมื่อพนักงานเปิดถุงกระสอบดูต่างตื่นตะลึงเพราะข้างในถุงกระสอบเต็มไปด้วยเงินสดจำนวนมาก ส่วนมากเป็นธนบัตรใบละ 1 หยวน และ 5 หยวน แต่ด้วยถูกจัดเก็บอย่างกระจัดกระจาย พนักงานไม่สามารถนำธนบัตรเหล่านั้นเข้าเครื่องนับได้ ทางโครงการจึงเรียกพนักงานขายจำนวนหลายคนเข้าไปช่วยแยกและจัดเรียงประเภทธนบัตรใหม่ ทำให้จำเป็นต้องกระจายธนบัตรเต็มห้องโถงในสำนักงานขายเพื่อให้ง่ายต่อการคัดแยก

โดยตลอดการแยกธนบัตรดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณรอบๆ จนทำให้ได้รับความสนใจจากผู้คนที่อยู่ในบริเวณเป็นจำนวนมาก และพนักงานขายสามารถนับเงินทั้งหมดได้มากกว่า 30,000 หยวน (ประมาณ 156,689 บาท) มากพอสำหรับการวางค่ามัดจำในการซื้อบ้านครั้งนี้

ซึ่งสองสามีภรรยาคู่นี้ประกอบธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ พร้อมทั้งเก็บหอมรอมริบธนบัตรใบละ 1 หยวน และ 5 หยวนมาตลอด พอเห็นราคาบ้านสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงอยากจะซื้อไว้สักหลังสำหรับอาศัยอยู่ในยามแก่เฒ่า

ตามรายงานระบุว่า บ้านของโครงการนี้มีราคาสูงถึง 7,000 หยวน/ตารางเมตร (ประมาณ 36,560 บาท) พนักงานขายของโครงการเห็นว่าไม่ง่ายเลยที่สองสามีภรรยาคู่นี้จะสามารถหาเงินและเก็บหอมรอมริมได้ จึงจะนำเรื่องนี้ไปขอต่อรองราคาพิเศษจากฝ่ายบริหารให้

ที่มา:sanook

ดังข้ามคืน! จิตรกรสาวจีนสวย-เก่ง เลือกงานโบราณ-สวนกระแส

ดังข้ามคืน! จิตรกรสาวจีนสวย-เก่ง เลือกงานโบราณ-สวนกระแส

              ชาวเน็ตยกให้เป็นเน็ตไอดอล สาววัย 28 ที่เลือกทำงานอนุรักษ์โบราณสถานที่ซานซี งานที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เหลียวแล แต่สาวหน้าตาดีผู้นี้กลับใช้ชีวิตช้าๆ บูรณะภาพโบราณเอาไว้

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า สังคมออนไลน์กำลังให้ความสนใจภาพของหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ที่เป็นนักซ่อมบูรณะจิตรกรรมฝาผนัง ภายในวัดโบราณแห่งหนึ่งในเมืองซานซี ที่ทั้งสวยและมีฝีมือ ความสามารถชวนหลงใหล้ กลายเป็นเน็ตไอดอลคนใหม่เพียงข้ามคืน

หญิงสาวคนดังกล่าวทราบว่าคือ กัวเจีย ปัจจุบันอายุ 28 ปี เธอจบการศึกษาทางด้านทัศนศิลป์จากมหาวิทยาลัยฟู่ตัน เมืองเซี่ยงไฮ้ เธอเป็นคนเมืองซานซี หลังเรียนจบก็เดินทางกลับมาบ้านเกิด เพื่อทำให้บูรณะโบราณสถานในเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ดีงาน

ด้วยเหตุผลที่เติบโตมาพร้อมกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทำให้เธอตัดสินใจเลือกเรียนด้านนี้ แม้จะขัดกับความต้องการของครอบครัวก็ตาม ปัจจุบันเธอทำงานซ่อมแซมโบราณสถานและโบราณวัตถุในท้องถิ่น แม้ว่างานประเภทนี้จะมีอัตราการเติบโตในหน้าที่การงานช้า ขัดต่อกระแสสังคมในปัจจุบัน แต่เธอก็เลือกสายอาชีพนี้

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมากับอาชีพนี้ เธอทำการบูรณะวัดกว่างเซิง ย่านหงตง เป็นสถานที่ทำงานหลักของเธอ โดยจะซ่อมแซมและฟื้นฟูภาพจิตรกรรมฝาผนังของวัดไปเรื่อยๆ ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เธอโพสต์ผลงานลงโซเชียลฯ อธิบายถึงชิ้นงานต่างๆ ที่ไม่ได้ทำเสร็จได้ง่ายๆ ต้องใช้ความอดทนและความปราณีต เพื่อรักษาโบราณสถานเอาไว้

ทั้งนี้ อาชีพของกัวเจีย กลายเป็นที่ชื่นชมของชาวเน็ตเมืองจีน ที่แทบจะหาคนรุ่นใหม่ที่สนใจและฝักใฝ่ทำงานด้านนี้ได้แบบเธอ นอกจากนี้ กัวเจีย ยังได้วอนให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์รักษาศิลปะวัฒนกรรมดั้งเดิมของจีนให้สืบทอดต่อไปด้วย

จิตรกรสาวจีน

จิตรกรสาวจีน

จิตรกรสาวจีน

จิตรกรสาวจีน

จิตรกรสาวจีน

จิตรกรสาวจีน

จิตรกรสาวจีน

ที่มา:sanook

รถเฟอร์รารี่หักหลบหมาพุ่งชนรั้วกั้นเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

รถเฟอร์รารี่หักหลบหมาพุ่งชนรั้วกั้นเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ถนนจางฉุ่ย เขตเมืองเก่า เมืองลี่เจียง มณฑลยูนนานประเทศจีน เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฟอร์รารี่สองคันชนรั้วกั้นกลางถนนได้รับความเสียหายกว่า 2 ล้านหยวน ราว 10,371,913 บาท เหตุเพราะหักหลบสุนัขที่วิ่งตัดหน้ารถกะทันหันเพื่อข้ามถนน

โดยรถเฟอร์รารี่คนหนึ่งชนเข้ากับรั้วกั้นกลางถนน ด้านหน้าขวาได้รับความเสียหายอย่างหนัก บริเวณหน้ารถพบสุนัขนอนกองอยู่ รถเฟอร์รารี่อีกคันท้ายรถได้รับความเสียหายเพราะถูกรถแท็กซี่ที่กำลังวิ่งมาชนเข้าอย่างจัง จนเสียหลักด้านข้างชนเข้ากับรั้วกั้นข้างถนน แต่โชคดีที่ไม่มีใครไม่รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ตามรายงานระบุว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวพนักงานบริษัทประกันภัยต่างรีบไปที่สถานที่เกิดเหตุทันที โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ รถหรูทั้งสองคันได้รับความเสียหายคันละกว่า 1 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,185,956 บาท

ที่มา:sanook

มหาเศรษฐีจีนทุ่มทุน สร้างสวนสนุกเพื่อต่อกร ดิสนีย์แลนด์

มหาเศรษฐีจีนทุ่มทุน สร้างสวนสนุกเพื่อต่อกร ดิสนีย์แลนด์

 

 

ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาฯ ของเมืองจีน ทุ่มสร้างสวนสนุกสัญชาติตัวเอง ตั้งเป้าไว้หลายแห่งทั่วประเทศ เชื่อเป็นการต่อกรกับ ดิสนีย์เซี่ยงไฮ้ ที่กำลังเปิดให้บริการอีกไม่กี่วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ใกล้จะได้ฤกษ์เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันนี้ กลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นแก่คนจีนแผ่นดินใหญ่ ที่มีการวิเคราะห์ว่าจะมีคนจีนหลายล้านคนเดินทางมาเที่ยวสวนสนุกแห่งนี้โดยเฉพาะ

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวประเภทสวนสนุก นายหวัง เจี้ยนหลิน ผู้ก่อตั้งบริษัทในเครือ แวนด้า กรุ๊ป หนึ่งในยักษ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และความบันเทิงในประเทศจีน ไม่ยอมที่จะให้นายทุนต่างชาติได้ผลประโยชน์ประเภทนี้ ทำให้โครงการสร้างสวนสนุกสัญชาติจีนเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น เพื่อต่อสู้กับตลาดที่มีการแข่งขันดุเดือด

สวนสนุก “แวนด้า ซิตี้” ที่มีการเปิดเผยโครงการกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2014 โครงการนี้ตั้งอยู่ที่เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี เป็นสวนสนุกแห่งแรกของกลุ่มธุรกิจแวนด้า กรุ๊ป โดยสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ซึ่งเริ่มก่อสร้างไปแล้วตั้งแต่ปี 2015

สวนสนุกสัญชาติจีนแห่งหนึ่ง ยังตั้งเป้าว่าจะมีรถไฟเหาะที่สูงที่สุดและยาวที่สุดในประเทศจีน ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างกว่า 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ และน่าจะเปิดให้การบริการได้ในช่วงปลายปี 2016 หรือต้นปี 2017 ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า แวนด้า ซิตี้ จะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ ดิสนีย์ เซี่ยงไฮ้

ทั้งนี้ แวนด้า กรุ๊ป ยังมีโครงการจะสร้างสวนสนุกอีกหลายแห่งทั่วแผ่นดินใหญ่ โดยเชื่อว่าภายในปี 2020 ทั่วประเทศจีนจะมีสวนสนุกใหญ่ๆ เปิดใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง แต่ทั้งนี้ก็ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย แวนด้า กรุ๊ป ค่อนข้างใหม่กับธุรกิจสวนสนุก ที่อาจจะเจาะตลาดได้ไม่เท่ากับ ดิสนีย์แลนด์ ที่มีสาขาทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับความนิยมจากคนทั่วไป นอกจากคนจีนเฉพาะด้วย

แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้
แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้
แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้
แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้ แวนด้า ซิตี้