แห่ชื่นชมหมอกระดูกขาร้าวแต่สปิริตแรงกล้า ยืนขาเดียวผ่าตัดผู้ป่วย 2 ชม.

แห่ชื่นชมหมอกระดูกขาร้าวแต่สปิริตแรงกล้า ยืนขาเดียวผ่าตัดผู้ป่วย 2 ชม.

   โลกออนไลน์จีนแห่ชื่นชม-ยกย่องคุณหมอกระดูกขาร้าว มาโรงพยาบาลพร้อมไม้ค้ำยัน แล้วยืนผ่าตัดผู้ป่วยด้วยขาข้างเดียวนานกว่า 2 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2559 สำนักข่าว CCTV ของจีน เผยเรื่องราวน่าประทับใจจากเมืองหยงคัง มณฑลเจ้อเจียง เมื่อศัลยแพทย์รายหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุขณะเตะบอลจนกระดูกขาร้าว แต่เขากลับไม่เลื่อนการผ่าตัดผู้ป่วย มาโรงพยาบาลพร้อมกับไม้ค้ำยัน แล้วปฏิบัติหน้าที่ด้วยขาเพียง 1 ข้าง

อุบัติเหตุที่ทำให้คุณหมอรายนี้กระดูกขาร้าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่  19 กรกฏาคมที่ผ่านมา คุณหมอได้ไปแข่งบอลและล้มอย่างแรง กระดูกขาร้าวไปข้างหนึ่งจนต้องเดินด้วยขาเพียงข้างเดียวเท่านั้น จากนั้นวันรุ่งขึ้นเขามีนัดผ่าตัดเด็กหญิงขาหักวัย 6 ขวบ แต่ก็ไม่ได้เลื่อนการผ่าตัดแต่อย่างใด เขาเดินกะเผลกมาโรงพยาบาลพร้อมไม้ค้ำยันและยืนผ่าตัดเด็กหญิงด้วยขาข้าง เดียวเป็นเวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จนการผ่าตัดสำเร็จลุล่วง

แห่ชื่นชมหมอกระดูกขาร้าวแต่สปิริตแรงกล้า ยืนขาเดียวผ่าตัดผู้ป่วย 2 ชม.

คุณหมอเผยว่าถ้าหากเขาไม่ผ่าตัดเด็กหญิงในวันนั้น การผ่าตัดของเธอก็คงถูกเลื่อนออกไปวันไหนก็ไม่รู้ ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายตัวต่อไปอีกนานขึ้น นอกจากนี้ เขาในฐานะพ่อคนหนึ่งเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวเด็กหญิงดี พวกเขาจะต้องกังวลต่อไปอีกจนกว่าเด็กหญิงจะได้รับการผ่าตัดรักษา

หลังจากภาพถ่ายขณะผ่าตัดของศัลยแพทย์รายนี้ถูกเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์จีน ก็ทำให้เขาได้รับการชื่นชมยกย่องจากผู้คนมากมาย เพราะนี่แสดงให้เห็นถึงหัวใจคนที่เกิดมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นอย่างแท้จริง

ที่มา:kapook

ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง thaihealth

                  ปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เสียชีวิตและพิการ ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจ แนะลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมสบส.ได้ส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาชนในการร่วมดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพ ลดปัญหาการเจ็บป่วยและ เสียชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อซึ่งมีสาเหตุ มาจากการใช้พฤติกรรมชีวิตไม่ถูกต้อง ซึ่งก่อให้เกิดการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นและก่อความพิการ มากขึ้น ที่สำคัญ ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ตีบหรือแตก ทำให้สมองขาดเลือด เซลล์สมองตาย ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างรีบด่วนไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง มิฉะนั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือเกิดความ พิการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัวมาก โดยไทยพบผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้นทั้งในเขตเมืองและชนบท ข้อมูลล่าสุดในปี 2557 ทั่วประเทศมีรายงาน ผู้ป่วย 228,836 ราย เสียชีวิต 25,114 ราย หรือกล่าวได้ว่าเสียชีวิตในทุกๆ 20 นาที

ปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เสียชีวิตและพิการ ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจโรค เมื่อมีอาการแล้ว คิดว่าจะดีขึ้นเองหรือลองรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน จึงไปรับการรักษาช้า ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าว กรมสบส.จึงได้ดำเนินการสร้างความเข้มแข็งในภาคประชาชน 2 มาตรการ คือ 1.อบรมอสม.ให้เป็นทั้งผู้ดำเนินการจัดการสุขภาพ เฝ้าระวังป้องกันโรคนี้และโรคอื่นๆ ในชุมชน ให้ความรู้ประชาชน และประพฤติตัว เป็นต้นแบบ เป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงเกิดโรค โดยรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละอย่างน้อย 150 นาที แนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และ 2.สนับสนุนให้อสม. ใช้ช่องทางใหม่คือแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่กำลังได้รับความนิยมกว้างขวางทุกวงการ นำมาใช้เป็นช่องทางแนะนำให้ประชาชน รู้จักอาการสัญญาณเตือนภัยของโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งโรคอื่นๆ ซึ่งขณะนี้สำนักวิชาการต่างๆ ได้ผลิตขึ้นจำนวนมาก มีภาพและข้อความสั้นประกอบ เข้าใจง่ายๆ โดยขณะนี้กลุ่มอสม. ที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้เริ่มทดลองดำเนินการเรื่องโรคหลอดเลือดสมองแล้ว

ที่มา:thaihealth

สวดมนต์-นั่งสมาธิ ช่วยควบคุมโรค

สวดมนต์-นั่งสมาธิ ช่วยบำบัดโรค thaihealth

                      นายแพทย์ภานุวัตน์ ปานเกตุ โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนไทยมีแนวโน้มป่วยจากโรคเอ็นซีดีหรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น โดยเฉพาะ 3 โรคที่เปรียบเสมือน เป็นเพื่อนสนิทกัน ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด สะท้อนถึงการใช้พฤติกรรมชีวิตประจำวันที่ขาดและเกิน เช่น ขาดการออกกำลังกาย กินผักผลไม้น้อย กินอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มมากเกินไป

ในการพัฒนาตำบลจัดการสุขภาพ สร้างการมีส่วนร่วมประชาชนในการดูแลสุขภาพ ชุมชนมีความเข้มแข็งในการส่งเสริม สุขภาพตนเอง กรม สบส.ได้ร่วมมือกับมูลนิธิอุทัย สุดสุข ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ ส่งเสริมประชาชนในชุมชนที่ป่วยเรื้อรัง 3 กลุ่มโรคที่กล่าวมา ได้ปฏิบัติศาสนธรรม คือ การสวดมนต์และทำสมาธิ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ใกล้วิถีชีวิต ไม่มีค่าใช้จ่าย ทำควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมตามหลักการของแพทย์ คือ การคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับอารมณ์ และการกินยาตามแพทย์สั่ง

เนื่องจากมีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่าการสวดมนต์ การทำสมาธิ ทำให้จิตใจสงบ ปรับสมดุลและสารเคมีในร่างกาย ช่วยให้ผู้ป่วย ควบคุมอาการได้ดีขึ้น โดยนำร่องศึกษาในชุมชนของ 12 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ  ลำพูน กำแพงเพชร ชลบุรี ชัยภูมิ ตรัง พังงา กาญจนบุรี ในปี 2557 ซึ่งได้บูรณาความร่วมมือ 5 องค์กรเครือข่าย ได้แก่ ภาคประชาชน คือ อสม.เป็นแกนหลัก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล วัด โรงเรียน และองค์การบริหาร ส่วนตำบล ผลพบว่าผู้ป่วยในชุมชนมีสุขภาพ ดีขึ้นมากถึงร้อยละ 83  ไม่เครียด ระดับน้ำตาลและความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วน ผู้ป่วยโรคเรื้อรังในโรงพยาบาล มีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาของแพทย์ดียิ่งขึ้น

ที่มา:thaihealth