ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

ลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง thaihealth

                  ปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เสียชีวิตและพิการ ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจ แนะลดพฤติกรรมเสี่ยง เลี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมสบส.ได้ส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาชนในการร่วมดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพ ลดปัญหาการเจ็บป่วยและ เสียชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อซึ่งมีสาเหตุ มาจากการใช้พฤติกรรมชีวิตไม่ถูกต้อง ซึ่งก่อให้เกิดการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นและก่อความพิการ มากขึ้น ที่สำคัญ ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ตีบหรือแตก ทำให้สมองขาดเลือด เซลล์สมองตาย ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างรีบด่วนไม่เกิน 3-4 ชั่วโมง มิฉะนั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือเกิดความ พิการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัวมาก โดยไทยพบผู้ป่วยโรคนี้มากขึ้นทั้งในเขตเมืองและชนบท ข้อมูลล่าสุดในปี 2557 ทั่วประเทศมีรายงาน ผู้ป่วย 228,836 ราย เสียชีวิต 25,114 ราย หรือกล่าวได้ว่าเสียชีวิตในทุกๆ 20 นาที

ปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เสียชีวิตและพิการ ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจโรค เมื่อมีอาการแล้ว คิดว่าจะดีขึ้นเองหรือลองรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน จึงไปรับการรักษาช้า ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าว กรมสบส.จึงได้ดำเนินการสร้างความเข้มแข็งในภาคประชาชน 2 มาตรการ คือ 1.อบรมอสม.ให้เป็นทั้งผู้ดำเนินการจัดการสุขภาพ เฝ้าระวังป้องกันโรคนี้และโรคอื่นๆ ในชุมชน ให้ความรู้ประชาชน และประพฤติตัว เป็นต้นแบบ เป็นผู้นำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงเกิดโรค โดยรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 400 กรัม งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละอย่างน้อย 150 นาที แนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดสมองสูง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และ 2.สนับสนุนให้อสม. ใช้ช่องทางใหม่คือแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่กำลังได้รับความนิยมกว้างขวางทุกวงการ นำมาใช้เป็นช่องทางแนะนำให้ประชาชน รู้จักอาการสัญญาณเตือนภัยของโรคหลอดเลือดสมอง รวมทั้งโรคอื่นๆ ซึ่งขณะนี้สำนักวิชาการต่างๆ ได้ผลิตขึ้นจำนวนมาก มีภาพและข้อความสั้นประกอบ เข้าใจง่ายๆ โดยขณะนี้กลุ่มอสม. ที่จังหวัดสมุทรสาคร ได้เริ่มทดลองดำเนินการเรื่องโรคหลอดเลือดสมองแล้ว

ที่มา:thaihealth

วอนช่วยเด็กชาย 9 ขวบ บ้านยากจน พิการ-สมองช้าแต่สู้ชีวิต

วอนช่วยเด็กชาย 9 ขวบ บ้านยากจน พิการ-สมองช้าแต่สู้ชีวิต

          วอนช่วยเด็กชายวัย 9 ขวบพิการมีความขยันมานะสู้ชีวิต หลังประสบอุบัติเหตุจนต้องเอากะโหลกศีรษะออก 

(2 ก.ค.) ที่จังหวัดอ่างทองผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียนวัดตลาดใหม่ ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังทราบว่าที่โรงเรียนดังกล่าวมีเด็กนักเรียนที่พิการทางด้านสายตาและสมองมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก โดยเมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงก็พบว่าเด็กคนดังกล่าว คือ เด็กชายธาวิน เขียวฉะอ้อน อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยเด็กชายธาวินนั้นกำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียนร่วมกับเพื่อน ๆ อย่างตั้งใจ

จากการสอบถามนายประจิน เทียนเทพ ครูจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และเป็นรักษาการแทนผอ.โรงเรียน กล่าวว่า เด็กชายธาวินนั้นเป็นเด็กพิการทางสายตาและสมอง โดยก่อนหน้านี้เด็กชายธาวินก็เป็นเด็กปกติ จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เด็กชายธาวินนั้นประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม จนทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องมีการผ่าตัดสมองและใบหน้า

ส่งผลให้เด็กชายธาวินต้องถูกผ่าตัดเอากะโหลกศีรษะด้านบนออก และตาด้านขวาหนังตาปิดไปหนึ่งข้างทำให้ตามองไม่เห็น แต่ตาด้านซ้ายมองเห็นเป็นปกติ จากเรื่องสายตาทำให้ประสบปัญหาในเรื่องการเรียน โดยถ้าให้อ่านตัวหนังสือบนกระดาน เด็กชายธาวินจะต้องเอียงหัวเพื่อมองให้เห็นชัดขึ้นซึ่งเป็นอุปสรรคในการเรียน และเมื่อมองหรืออ่านเขียนนานๆ ก็จะมีน้ำตาไหลออกมาจากตาที่ยังใช้ได้อยู่จึงทำให้น้องต้องพกสำลีหรือผ้าเพื่อมาเช็ดน้ำตาอยู่เสมอๆ

ส่วนในเรื่องสมองทางแพทย์แจ้งว่าเด็กจะมีสติปัญญาช้ากว่าเด็กอื่นประมาณ 1-2 ปี ซึ่งถึงแม้ว่าเด็กชายธาวินจะมีความพิการ แต่กลับไม่ย่อท้อ ตั้งใจเรียนหนังสือ มาเรียนไม่เคยขาด

ด้านเด็กชายธาวิน กล่าวว่า ตนเองประสบอุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีก่อน ต้องผ่าตัดและเย็บร้อยกว่าเข็ม ตนเองอยากเรียน แต่สายตาเห็นไม่ค่อยถนัด เห็นเพียงข้างเดียว และน้ำตาก็คอยจะไหลออกมาเรื่อย ๆ ต้องคอยเช็ดอยู่เสมอ ซึ่งตนนั้นหลังเลิกเรียนก็จะกลับบ้าน ไปทำงานบ้าน และช่วยตากับยายทำงาน

ในเวลาต่อมาหลังเลิกเรียนผู้สื่อข่าวได้ตามเด็กชายธาวิน กลับไปยังบ้านพัก ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 4 ต.ตลาดใหม่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งบ้านมีลักษณะเป็นบ้านไม้ยกสูง หลังคาและฝาบ้านด้านบ้านมุงด้วยสังกะสี เด็กชายธาวินอาศัยอยู่กับแม่ พี่สาว ตา และยาย

โดยนางสาวปุกทอง คำแก้ว อายุ 41 ปี แม่ของเด็กชายธาวินนั้นก็พิการมาแต่กำเนิด คือมีนิ้วมือและนิ้วเท้าไม่ครบ ทำงานหนักไม่ได้ แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนเมตตารับไปทำงานเป็นแม่บ้าน แต่เงินเดือนก็ไม่มากนัก และวันนี้ก็ออกไปทำงาน ส่วนพี่สาวของเด็กชายธาวินนั้น อายุ 16 ปี เรียนหนังสืออยู่ในตัวอำเภอวิเศษชัยชาญ

นายสำรวย คำแก้ว อายุ75 ปี ตาของเด็กชายธาวิน กล่าวว่า ครอบครัวตนนั้นฐานะยากจน ตนมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ส่วนนางจิตร คำแก้ว อายุ 68 ปี ยายนั้นรับจ้างเย็บผ้าเล็กๆ น้อยๆ อยู่กับบ้าน ในวันหยุดตนก็จะพาเด็กชายธาวินออกไปเก็บของเก่าด้วย ถึงแม้จะมีความพิการแต่ก็ยังสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้บ้าง

โดยหลังน้องกลับจากโรงเรียนมาแล้ว ก็จะมาทำการบ้านก่อน แล้วช่วยล้างชามจานให้ เสร็จแล้วจึงไปช่วยตาคัดแยกของเก่าที่ตาไปเก็บมาจากสถานที่ต่างใส่ถุงให้ แยกประเภทขยะให้ โดยจะตั้งใจช่วยจนเสร็จ และจะทำแบบนี้ทุกวันหลังเลิกเรียนแล้ว ถ้าในช่วงปิดภาคเรียน หรือวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะออกไปช่วยเก็บของเก่าด้วย

ที่มา:sanook