ตร.เผยใบสั่งรูปแบบใหม่ติดบาร์โค้ด ปชช.ปฏิเสธข้อหาได้ถ้าไม่ทำผิด เริ่มใช้ธ.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.แถลงกรณีใบสั่งจราจรแบบใหม่หลังมีการประกาศใช้ในราชกิจจาบุเบกษา เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560

พล.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า ได้เปลี่ยนแปลงใบสั่งจราจรทั้งรูปแบบการเขียนและรูปแบบที่ส่งทางไปรษณีย์ โดยทั้ง 2 แบบ จะเพิ่มรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจนมากขึ้น อาทิ ใบสั่งแบบเขียนด้วยมือ จะมีขนาดเล็กลง, เพิ่มบาร์โค้ด เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูลและการชำระค่าปรับ, มีการระบุชื่อผู้ออกใบสั่งอย่างชัดเจน

กรณีที่ประชาชนเห็นว่า การแจ้งข้อหาจราจรหรือการออกใบสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถปฏิเสธข้อหาได้ ซึ่งตำรวจจะบันทึกข้อมูลการปฏิเสธในใบสั่ง เพื่อให้ผู้ได้รับใบสั่งไปพบพนักงานสอบสวนให้ตรวจสอบภายใน 15 วัน หากผู้ได้รับใบสั่งไม่ได้กระทำผิดจริง จะดำเนินการยกเลิกให้ โดยขณะนี้ยังใช้ใบสั่งแบบเก่าไปก่อน เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดพิมพ์ใบสั่งใหม่ คาดว่าจะสามารถใช้ได้ภายใน 120 วัน

รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนใบสั่งที่ส่งทางไปรษณีย์เริ่มใช้พร้อมกันแล้วทั่วประเทศ ซึ่งจะมีข้อมูลการบันทึกคะแนนใน 27 ข้อหาหลักด้วย เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถเก็บสถิติข้อมูลการกระทำผิดต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และเชื่อมั่นว่า จะช่วยลดปัญหาทุจริตเงินค่าปรับ การเรียกรับสินบนของเจ้าพนักงานจราจรได้อย่างแน่นอน และการบันทึกข้อมูล สถิติข้อหาการกระทำผิดกฎหมายจราจร จะทำให้ตำรวจสามารถนำมาวางแผนป้องกันอุบัติเหตุได้มากขึ้น และจะช่วยลดปัญหาด้านการจราจรได้มากขึ้น

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แหกด่านอีกแล้ว!หนุ่มเทคนิคซิ่งจยย.จะแว้นขึ้นทางด่วน ชนไม้กั้นล้มกลิ้งดับสยองคาชุดนศ.

       เมื่อเวลา 00.40 น. วันที่ 26 ธ.ค. ร.ต.อ.ธนภัทร เวศกาวี รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.ทางด่วน 1 รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ ชนไม้กั้นทางด่วนบางนาฝั่งทางขึ้นถนนสรรพาวุธ แขวงและเขตบางนา กทม. จึงรุดตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ตร. และมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณช่องเก็บเงินที่ 12 พบศพนายถาวร ภักดีกำจร อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 วิทยาลัยเทคนิคย่าน จ.สมุทรปราการ สาขาช่างก่อสร้าง สภาพศพสวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าหนังสีดำ นอนคว่ำหน้าเสียชีวิต ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร บนถนนบนทางด่วนพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กพ1731กทม. ล้มคว่ำอยู่ นอกจากนี้ ไม้กั้นรถยังได้รับความเสียหายอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ

ร.ต.อ.ธนภัทร กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบเห็นเพียงรถจักรยานยนต์ ผ่านกล้องวงจรปิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนบริเวณที่พบศพยังไม่มีกล้องตัวใดจับภาพไว้ได้ ซึ่งคาดว่าผู้ตายน่าจะพยายามแหกด่าน เพื่อขึ้นไปบนทางด่วนแต่ยังไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งจะต้องทำการสอบสวนพยานที่เกิดเหตุเพิ่มเติม และรอผลชันสูตรจากทางแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา:khaosod

พ่อลูกอ่อนดับอนาถ ขี่รถชนกองหินขวางถนน ชาวบ้านโวย!

พ่อลูกอ่อนดับอนาถ ขี่รถชนกองหินขวางถนน ชาวบ้านโวย!

             ผู้รับเหมาชุ่ย เทหินขวางทางถนน พ่อลูกอ่อนขับรถออกมาซื้อนม มองไม่เห็นพุ่งชนเสียชีวิต แม่ร่ำไห้สูญเสียเสาหลัก หลานต้องเป็นเด็กกำพร้า

(11 ก.ย.) จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อคุณ Oat Phanphanit ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ พร้อมกับตัดพ้อกับผู้รับเหมาฯ เนื่องจากลูกน้องที่ทำงานร้านวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากชนกองหินที่ถูกเททิ้งไว้ขวางทาง บริเวณทางเปลี่ยว ทำให้หนุ่มพ่อลูกอ่อนที่กำลังจะออกไปซื้อนมให้ลูกน้อย ต้องเสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ วัดกุดแคน ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม พบว่าญาติของ นายสมพล ศรีจันทร์นนท์ อายุ 26 ปี กำลังช่วยกันจัดงานฌาปนกิจให้อยู่ โดยมี นายสมพงษ์ ศณีโยวัย ผู้ใหญ่บ้านบ้านกุดแคน ได้พาไปดูยังถนนจุดที่ นายสมพล เสียชีวิต ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ผู้รับเหมาได้นำรถมาบดหินคลุกอย่างเร่งด่วน

นางหนูจันทร์ แม่ของนายสมพงษ์ ผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) ช่วงหัวค่ำ ลูกชายได้แจ้งกับตนว่าจะขี่รถออกไปซื้อนมให้ลูกที่ตลาดหนองแวงน่าง จึงได้ฝากลูกตัวน้อยไว้ให้ตนดูแลไปก่อน กระทั่งเวลา 21.00 น. ผู้ใหญ่บ้านได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า ลูกชายตนประสบอุบัติเหตุขี่รถชนกองหินบนถนนสายบ้านกุดแคน-หินลาด

เบื้องต้นลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ลูกชายก็เสียชีวิตลง ตนจึงรู้สึกเสียใจมาก เพราะลูกเป็นคนขยัน แม้จะกำลังเรียนอยู่ด้วยก็ตาม แต่ก็ยังรับภาระเลี้ยงลูกชายเพียงลำพัง เนื่องจากได้แยกทางกับภรรยาไปแล้ว

แม่ของผู้เสียชีวิต ยังบอกอีกว่า ลูกชายมุ่งมั่นทำงานหลายๆ ที่ เพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ช่วงที่ไม่อยู่ก็จะฝากหลานไว้กับตน พอเลิกงานทุกวันก็กลับมาเลี้ยงลูก ป้อนข้าว อาบน้ำ พาเข้านอน กระทั่งหลังเกิดเหตุ หลานชายตัวน้อยก็เอาแต่เรียกหาพ่ออยู่บ่อยๆ โดยที่ไม่ทราบว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นนั้น มีการเรียกร้องให้มีหน่วยงานหรือผู้รับเหมาออกมารับผิดชอบ เพราะถือเป็นความสะเพร่าของการปฏิบัติหน้าที่ นำเอาหินมาเทกองไว้กลางถนน ในจุดที่เปลี่ยวและมืด ไม่มีสัญญาณใดๆ แจ้งกับผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ทำให้กลายเป็นอุบัติเหตุน่าเศร้าดังกล่าว ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียเสาหลักไป

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า พิธีงานศพของนายสมพงษ์ ต้องจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เนื่องจากมีฐานะยากจน ไม่มีแม้กระทั่งจะซื้อโลงศพมาบรรจุใส่ร่าง ต้องขอรับบริจาคจากพื้นที่ใกล้เคียง อีกทั้งยังจัดพิธีสวดอภิธรรมได้แค่เพียงคืนเดียว และทำพิธีฌาปนกิจทันที

ที่มา:sanook

หนุ่มซิ่งเก๋งชนด่านตรวจแอลกอฮอล์ ดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่ 1 นาย-รถพัง 4 คัน

หนุ่มซิ่งเก๋งชนด่านตรวจเละ ดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่-รถพัง 4 คัน

         หนุ่มวัย 22 ปี ซิ่งเก๋งยาริส พุ่งชนด่านตรวจแอลกอฮอล์ ถนนพหลโยธิน ซอย 65 ชนดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่ และมีรถพังเสียหาย 4 คัน

วันที่ 9 กันยายน 2559 พ.ต.อ. ทินกร ณัฏฐ์มั่งคั่ง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เดินทางเข้าตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนด่านตรวจแอลกอฮอล์ บริเวณถนนพหลโยธิน ช่วงปากซอยพหลโยธิน 65 เลยจากแยก คปอ. ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ส่งผลให้ตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ถูกรถชนเสียชีวิตคาที่

หนุ่มซิ่งเก๋งชนด่านตรวจเละ ดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่-รถพัง 4 คัน

ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ ด.ต. อนุสรณ์ มโนเล็ก ผู้บังคับหมู่งานจราจร นอนเสียชีวิตบนพื้นถนน สภาพนอนหงายจมกองเลือด ศีรษะมีรอยฉีกขาดเป็นแผลฉกรรจ์ กระดูกหักผิดรูปทั่วร่าง ใกล้กันมีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ถูกชนเสียหาย ส่วนรถคันที่ก่อเหตุคือ รถเก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กร 3990 อุดรธานี สภาพพังยับเยินทั้งคัน ด้านหน้าห้องเครื่องฝั่งขวาพบคราบเลือด

หนุ่มซิ่งเก๋งชนด่านตรวจเละ ดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่-รถพัง 4 คัน

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เล่าว่า ในขณะนั้นตนเองอยู่ระหว่างตำรวจเรียกตรวจใบอนุญาตขับขี่ จากนั้นได้มีรถเก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ขับพุ่งเข้ามาชนที่ด่านตรวจ ป้ายไฟจราจร รถฟอร์จูนเนอร์ รถยนต์ตราโล่ รถจักรยานยนต์ ที่จอดอยู่ พังเสียหายกระจัดกระจาย และตัวรถ ก็พุ่งชน ด.ต. อนุสรณ์ จนเสียชีวิตคาที่

หนุ่มซิ่งเก๋งชนด่านตรวจเละ ดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่-รถพัง 4 คัน

ส่วนคนขับขี่รถเก๋งคันดังกล่าวทราบชื่อคือ นายฐานปกิจ อายุ 22 ปี ได้รับบาดเจ็บติดภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง เข้าให้การช่วยเหลือ นำออกมาจากตัวรถ นำส่งโรงพยาบาลภูมิพล เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ โดยมีรายงานระบุด้วยว่า นายฐานปกิจ ไม่ยอมเซ็นยินยอมให้ทางโรงพยาบาลเจาะเลือด ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งถ้ายังหากผ่าฝืนจะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.จราจร ฉบับใหม่ มาตรา 142 ในข้อหาเมาแล้วขับเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายในทันที

หนุ่มซิ่งเก๋งชนด่านตรวจเละ ดาบตำรวจเสียชีวิตคาที่-รถพัง 4 คัน

ที่มา:kapook

รถเฟอร์รารี่หักหลบหมาพุ่งชนรั้วกั้นเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

รถเฟอร์รารี่หักหลบหมาพุ่งชนรั้วกั้นเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ถนนจางฉุ่ย เขตเมืองเก่า เมืองลี่เจียง มณฑลยูนนานประเทศจีน เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เฟอร์รารี่สองคันชนรั้วกั้นกลางถนนได้รับความเสียหายกว่า 2 ล้านหยวน ราว 10,371,913 บาท เหตุเพราะหักหลบสุนัขที่วิ่งตัดหน้ารถกะทันหันเพื่อข้ามถนน

โดยรถเฟอร์รารี่คนหนึ่งชนเข้ากับรั้วกั้นกลางถนน ด้านหน้าขวาได้รับความเสียหายอย่างหนัก บริเวณหน้ารถพบสุนัขนอนกองอยู่ รถเฟอร์รารี่อีกคันท้ายรถได้รับความเสียหายเพราะถูกรถแท็กซี่ที่กำลังวิ่งมาชนเข้าอย่างจัง จนเสียหลักด้านข้างชนเข้ากับรั้วกั้นข้างถนน แต่โชคดีที่ไม่มีใครไม่รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ตามรายงานระบุว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวพนักงานบริษัทประกันภัยต่างรีบไปที่สถานที่เกิดเหตุทันที โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ รถหรูทั้งสองคันได้รับความเสียหายคันละกว่า 1 ล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,185,956 บาท

ที่มา:sanook

หนุ่มก้มเล่นมือถือชนท้ายรถพ่วงสาหัส ไม่ชัวร์ตามล่าโปเกมอนหรือเปล่า

หนุ่มก้มเล่นมือถือชนท้ายรถพ่วงสาหัส ไม่ชัวร์ตามล่าโปเกมอนหรือเปล่า

           วันนี้(23 สิงหาคม 2559) ร.ต.อ.อุเทน นาจารย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยายนต์ ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง ริมถนนมิตรภาพอุดรฯ-หนองคาย ขาเข้าหนองคายก่อนถึงด่านตรวจหนองสองห้อง ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จึงออกตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถ จักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไอ สีแดง ขาว หมายเลขทะเบียน 1 กค 8962 หนองคาย

ด้านหน้ารถเสียติดอยู่กับท้ายพ่วงรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 81-4970 หนองคาย สภาพด้านหน้ารถจักรยานยนต์ พังเสียหายยับเยิน และใกล้กันพบกองเลือดจำนวนมาก ตามพื้นถนน ส่วนผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 คน ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ กะโหลกยุบ ตาขวา หลุดออกจากเบ้า อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจักษ์หนองคาย จุดหนองสองห้อง เร่งนำตัวส่ง รพ.หนองคาย เพื่อทำการรักษา และเมื่อ

ตรวจสอบเอกสาร ทราบว่าคนขับ จยย. คือนายศุภชัย ชัยจันทร์ อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 19 ม.3 ต.หินโงม อ.เมืองหนองคาย

จากการสอบถาม นายวัฒนชัย เบ้ารักษา อายุ 34 ปี คนขับรถบรรทุก ทราบว่า ตนขับรถมาจาก ต.น้ำสวย อ.สระใคร จ.หนองคาย จะไปบรรทุกทรายไปส่งให้กับลูกค้า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนได้จอดรถไว้ริมถนนเพื่อลงไปทานข้าว ไม่ถึง 10 นาที ขณะที่ตนเช็คที่บริเวณหน้าล้อด้านหลังของตัวพ่วง ได้ยินเสียงเบรกตามด้วยเสียงโครมดังสนั่น บริเวณพ่วงท้ายรถของตนจึงรีบวิ่งออกมาตรวจสอบดูและพบว่าเป็นจักรยานยนต์ชนท้ายพ่วงรถบรรทุกของตน และได้รับบาดเจ็บ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจสอบและช่วยเหลือ

ส่วนเพื่อนคนขับรถบรรทุกที่เห็นเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า เห็นขับรถจักรยานยนต์คนที่เกิดเหตุมาด้วยความเร็ว ในขณะที่มือซ้ายยังคงจับและก้มดูโทรศัพท์มา ตลอดทาง เมื่อวิ่งมาใกล้ท้ายรถบรรทุกไม่ทันได้ระวังและคงคิดว่าไม่มีรถจอดอยู่ จนถึงระยะกระชั้นชิดจึงได้เงยหน้าขึ้นมาเห็น ทำให้เบรกไม่ทัน พุ่งเข้าชนพ่วงท้ายรถบรรทุกอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

ทางผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบไปยังทางผู้ช่วยสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ทราบว่าตอนนี้ไม่สามารถเช็คแน่ชัดได้ว่าผู้บาดเจ็บที่ขับขี่ จยย นั้น เล่นเกมโปเกมอนไปด้วยขับรถไปด้วยหรือป่าว เนื่องจากโทรศัพท์ของผู้บาดเจ็บแตกเสียหาย จนไม่สามารถใช้งานได้

ที่มา:sanook

เครื่องบินเล็กตกคลองกลางชุมชน ย่านหนองจอก เสียชีวิต 1 ราย

เครื่องบินเล็กตกคลองกลางชุมชน ย่านหนองจอก เสียชีวิต 1 ราย

            (1 ส.ค.) มีรายงานว่า เวลาประมาณ 16.34 น. เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินนั่งส่วนบุคคลตกหลังวัดลำพะอง เขตพื้นที่รับผิดชอบ สน.ลำผักชี ย่านหนองจอก กทม.

เบื้องต้นลักษณะที่เกิดเหตุพบเครื่องบินเล็กแบบเช่าเหมาลำ ตกอยู่ภายในคลอง ด้านในเครื่องบินพบผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บจำนวน 4 ราย ประชาชนและอาสาสมัครช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์

รายงานเพิ่มเติมระบุว่า เครื่องบินที่เกิดเหตุ เป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำ ไทยรีเจียนัลแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ TRB 106 ขึ้นจากจ.นครราชสีมา มุ่งหน้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ที่มา:sanook

พ่อแม่ร้องช่วย ตร.เมาชนแล้วหนี ทำเด็กตายไม่เคยเหลียวแล

พ่อแม่ร้องช่วย ตร.เมาชนแล้วหนี ทำเด็กตายไม่เคยเหลียวแล

             พ่อแม่เหยื่อตำรวจเมากร่าง ชนเด็กนักเรียนตาย 1 ศพ เจ็บเข้าขั้นพิการอีก 1 เข้าร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังไม่เคยเหลียวแล ตกลงค่าสินไหมไม่ได้ หนำซ้ำยังถูกข่มขู่

นางอำภา และ นายรุ่ง พึ่งอินทร์ สามีภรรยาชาว อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยญาติๆ ได้เข้าขอความเป็นธรรมกับ นายชินกร แก่นคง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา ลูกสาววัย 16 ปี พร้อมกับเพื่อน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากโรงเรียนสีชมพูศึกษา เพื่อจะมุ่งหน้ากลับบ้าน ตามเส้นทางถนนสายชุมแพ-หนองบัวลำภู

เมื่อขี่มาถึงบริเวณสามแยกบ้านขมิ้น ได้มีรถยนต์กระบะโตโยต้าสีทอง ทะเบียน กจ 2194 ขอนแก่น ซึ่งมีร.ต.ท.ชัย ราชานนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด สภ.สีชมพู เป็นคนขับ ขับออกมาจากแยกพุ่งเข้าชนรถจักรยานยนต์ของทั้งคู่อย่างจัง ทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บ แพทย์ส่งต่อ รพ.ศูนย์ขอนแก่น เด็กสาววัย 16 ปี อาการสาหัส ถึงขั้นพิการเดินไม่ได้ ส่วนเพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายมาเสียชีวิต

ขณะเกิดเหตุ ร.ต.ท.ชัย ได้หลบหนี รถพังเสียหายไม่สามารถขับต่อไปได้ เนื่องจากหม้อน้ำแตก ทำให้จอดทิ้งไว้ร้านอาหารกินข้าวทุ่ง ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวซึ่ง ร.ต.ท.ชัย อยู่ในสภาพอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงได้นำตัวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ ที่โรงพยาบาลสีชมพู ผลการเป่าพบว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์จำนวน 209 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

นางอำภา กล่าวต่ออีกว่า ช่วงที่ลูกสาวได้รับบาดเจ็บ ร.ต.ท.ชัย ไม่เคยแวะมาเยี่ยมเลย แม้แต่ในงานฌาปนกิจศพของเพื่อนลูกสาวที่เสียชีวิต ผู้หมวดก็ไม่เคยเข้ามาดูเลย ต่อมาเมื่อวันเสาร์ (2 ก.ค.) และวันจันทร์ (4 ก.ค.) ที่ผ่านมา ได้มีการพูดคุยตกลงเรื่องค่าสินไหม และค่าทำขวัญ แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้

อีกทั้ง ร.ต.ท.ชัย ยังข่มขู่อีกว่า ลูกสาวตนเป็นคนขับรถจักรยานยนต์นั้นมีความผิดฐานประมาทร่วม ขับรถจะต้องคอยระวังรถที่จะออกจากซอย หรือทางแยกด้วย ถ้าอยากได้เงินค่าสินไหม และค่าทำขวัญ ก็จะต้องไปฟ้องที่ศาล เพราะตนเองขับรถชน อย่างมากก็ผิดเพียงวินัย ขอให้ยอมความจะดีกว่า สร้างความมึนงงและกังวลใจให้กับพวกตนเป็นอย่างมาก

สำหรับค่าสินไหม ทางพวกตนได้เรียกคือ ผู้เสียชีวิต 1,000,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บ 500,000 บาท คุยกันครั้งแรก ได้ลดลงมาเหลือ ผู้เสียชีวิต 750,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บ 300,000 บาท แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้

สิ่งที่พวกตนเข้าร้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ คือ บันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนลงว่า รถทั้งสองคันวิ่งสวนทางกัน จึงเกิดเหตุเฉี่ยวชนกัน ซึ่งขัดแย้งจากความเป็นจริง ที่มีพยานยืนยันว่า ร.ต.ท.ชัย ออกมาจากทางเข้าหมู่บ้านขมิ้น แล้วพุ่งขึ้นมาชนรถจักรยานยนต์ ส่อเจตนาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าข้างพวกเดียวกันเอง และหลังเกิดเหตุทำไม ร.ต.ท.ชัย ถึงแล้งน้ำใจ ในเมื่อขับรถชนแล้วไม่ยอมจอดรถลงมาดู ยังหลบหนีไปอีก ทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ต่อมา นางอำภา พร้อมคณะได้เดินทางไปยัง ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น เพื่อเข้าพบ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น โดยเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ ผู้บังคับการฟัง พร้อมขอความเป็นธรรมให้ด้วย เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจในพื้นที่

หลังจากที่ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ได้รับทราบเรื่องขอความเป็นธรรมแล้ว รับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมอย่างที่สุด ในส่วนของการเรียกร้องค่าสินไหม และค่าทำขวัญ ก็ต้องตกลงกันไปตามความเหมาะสม

ส่วนเรื่องคดีอาญา ก็จะต้องว่าไปตามคดีความ ซึ่งจะได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน ร.ต.ท.ชัย ด้วย พร้อมกันนั้นได้ส่งการให้ ผู้กำกับ พนักงานสอบสวน ร.ต.ท.ชัย ราชานนท์ เข้ามาพบในวันพรุ่งนี้ ดังนั้นขอให้ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสบายใจได้

ด้าน นางอำภา กล่าวหลังจากพบกับ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น แล้วว่ารู้สึกโล่งอก และเกิดความสบายใจยิ่งขึ้น หลังจากที่มีความกังวลใจมาหลายวันคืบหน้าจะรายงานอีกครั้ง

ที่มา:sanook

ซึ้งใจ.. เมื่อตัวเงินตัวทองถูกรถทับดังโบ๊ะ แต่มันรอดมาได้เพราะน้ำใจของคนกลุ่มนี้

ช่วยตัวเงินตัวทอง
ช่วยตัวเงินตัวทอง

         

          ชาวเน็ตแห่ยกนิ้วให้ ตัวเงินตัวทองถูกรถชนนอนเจ็บไปไหนไม่ได้ ก่อนได้น้ำใจจากคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มองเห็นแค่มันเป็นสัตว์น่ารังเกียจ ชี้นี่เป็นหนึ่งชีวิต ไม่ใช่เรื่องโลกสวย

          เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวโซเชียลกดแชร์กันมากมาย เพราะเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่สะท้อนให้เห็นน้ำใจของคนกลุ่มหนึ่งที่มีต่อสัตว์ที่สังคมต่างมองว่ามันไม่น่าพิศมัยอย่างตัวเงินตัวทอง หลังจากที่มันถูกรถเหยียบตรงส่วนหัวและนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรอยู่บริเวณนั้นจึงช่วยนำตัวมันมาไว้บนทางเท้า เพราะคิดว่ามันคงไม่น่ารอด แต่อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้มันต้องโดนทับซ้ำอีก…

          แต่เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งกลับพบว่ามันยังหายใจอยู่ คนกลุ่มนี้จึงไม่รอช้า ตัดสินใจช่วยเหลือมันเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะนี่คือตัวเงินตัวทอง ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงทั่วไปอย่างสุนัข แมว ฯลฯ การช่วยเหลือจึงไม่ง่ายนัก

ช่วยตัวเงินตัวทอง
ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

          งานนี้บรรดาชาวเน็ตที่ได้อ่านต่างก็เข้ามาชื่นชมในน้ำใจของทุกคน พร้อมบอกว่า สุดยอดมาก…ใจพี่หล่อมาก !!!

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ช่วยตัวเงินตัวทอง

ที่มา:sanook

ชื่นชม ! ผู้ว่าฯ อยุธยา รุดช่วยเหลืออุ้มเด็กนักเรียนโดนรถชนกลางถนน

ผู้ว่าฯ อยุธยา
          ชาวโซเชียลแห่ชื่นชม ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เห็นอุบัติเหตุรถชนกันเด็กกระเด็นตกรถ จึงรีบจอดรถลงไปอุ้มให้ความช่วยเหลือทันที 
            วันที่ 20 มิถุนายน 2559 ขณะนี้โลกออนไลน์กำลังมีการแชร์ภาพชายคนหนึ่งสวมเสื้อลายดอกสีชมพู กำลังอุ้มเด็กชายที่ได้รับบาดเจ็บโดนรถเฉี่ยวชนพร้อมมารดาอยู่กลางถนน บริเวณถนนโรจนะมุ่งหน้าไปวังน้อย ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ชายคนดังกล่าวคือ นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยผู้ติดตามนายประยูร เล่าว่า นายประยูรกำลังเดินทางไปร่วมงานแถลงข่าววันเห็ดตับเต่าบาน ที่บ้านสามเรือน ม.5 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน โดยระหว่างทางพบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์สองคันเฉี่ยวชนกันล้มลง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ ด.ช.ปุนนาวิต นาคประเสริฐ อายุ 10 ปี  และนางทองสิน นาคประเสริฐ อายุ 50 ปี ท่านผู้ว่าฯ ซึ่งเห็นเด็กกระเด็นตกจากรถล้มลง จึงสั่งให้จอดรถทันที ก่อนรีบเปิดประตูรถวิ่งลงไปดูเด็กที่อยู่ในอาการตกใจ จึงได้อุ้มเด็กพาเข้าข้างทางก่อน เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำซ้อน

ทั้งนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังปฏิบัติภารกิจเสร็จ นายประยูร ยังได้เดินทางมาเยี่ยมเด็กชายคนดังกล่าว และผู้ปกครองที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาด้วย

ผู้ว่าฯ อยุธยา
ผู้ว่าฯ อยุธยา
ผู้ว่าฯ อยุธยา
ที่มา:kapook